นั้น บอกไม่ถูกว่ามีเจตนาดีหรือไม่ แต่อย่างไรการที่มีคนจ้องมองตัวเองก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก ไป๋จื อพลันคิดในใจ ‘ตอนที่หญิงชราคนนี้นอนหลับยังจะดูจัดการง่ายกว่าตอนนี้เสียอีก’
เมื่อไป๋จื่อถอนมือกลับไป ไทเฮาก็ถามว่า “เจ้าชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่อไป๋จื่อเพคะ” ไป๋จื่อเอ่ยด้วยสีหน้านอบน้อม
ไทเฮาเลิกคิ้ว “สกุลไป๋หรือ ข้าว่าเจ้าหน้าตาคล้ายกับสกุลตงฟางอยู่หลายส่วน คิดว่าเจ้าเป็นคนของสกุลตงฟางเสียอีก”
ถึงป่านนี้แล้ว ไป๋จื่อย่อมไม่กล้าปิดบัง หากตอนนี้ไม่พูดออกไปให้ชัดเจน หลังจากนี้ไทเฮาอาจเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ กล่าวโทษนางว่าหลอกลวงราชวงศ์
ไป๋จื่อถอยหลังไปถวายบังคงให้ไทเฮาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน “ทูลไทเฮา สกุลไป๋เป็นสกุลของบิดาที่เลี้ยงดูหม่อมฉัน ส่วนมารดาแท้ๆ ของหม่อมฉันคือตงฟางหว่านเอ๋อร์ หน้าตาจึงค คล้ายกันเพคะ”
ครั้นไทเฮาได้ฟังดังนั้น พระนางก็พลันเบิกบานใจ “มิน่าเล่าสายตาที่เฟิงเอ๋อร์มองเจ้าเมื่อครู่ถึงได้แปลกไป ที่แท้เจ้าก็เป็นเด็กสาวที่เฟิงเอ๋อร์ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นนี่เอง!”