กออกมา ครั้นเห็นทั้งสองคนเดินตามกันไปยังห้องบรรทมของไทเฮา เขาจึงทำได้เพียงเร่งฝีเท้าตามไป
เวลานี้ไทเฮายังคงเหมือนกับตอนที่อาการกำเริบเมื่อคืนนี้ ดวงตาและปากบิดเบี้ยว ยังคงไม่ได้สติเช่นเดิม ทว่าหลังจากที่ไป๋จื่อฝังเข็มลงที่จุดไป๋ฮุ่ยให้แล้ว ชีพจรที่แต่เดิมสับส สนก็อ่อนลง และค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติแล้ว
ไป๋จื่อหยิบยาลูกกลอนออกมา นางให้นางกำนัลละลายมันในน้ำ แล้วป้อนให้ไทเฮาทีละนิด
ช้อนเงินคันเล็กบรรจุน้ำยาถูกหยอดเข้าปากของไทเฮาทีละเล็ก ทีละน้อย คนมองดูอยู่จึงเกิดความรู้สึกร้อนใจ หากเปลี่ยนเป็นไป๋จื่อที่กำลังเร่งรีบ นางจะบีบพวงแก้มทั้งสองข้างขอ องไทเฮา เปิดปากออก แล้วกรอกยาที่ปริมาณเพียงครึ่งจอกลงไปรวดเดียวให้รู้แล้วรู้รอด
ครั้นนางกำนัลป้อนยาอย่างพิถีพิถันเสร็จสิ้น นางก็ลูบหน้าอกของไทเฮาครั้งหนึ่ง แล้วจึงวางร่างของพระนางลงอีกครั้ง
ไป๋จื่อถอนใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็กินเสร็จเสียที แม้จะช้าไปบ้าง ทว่าก็ประณีตดีมาก ไม่ทำหกเลอะเทอะเลยแม้แต่หยดเดียว
หูเฟิงถามไป๋จื่อว่า “ไทเฮากินยาไปแล