ลึงอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปเตรียมยาอีกหรือ”
หมอหลวงสวี่ได้รับบัญชาจากฮ่องเต้ ไหนเลยเขาจะกล้าสงสัย เขารีบไปหยิบยาที่ตำหนักยาทันที จัดเตรียมทุกอย่างตามใบสั่งยาอย่างละเอียด ไม่กล้าขาดตกบกผร่องไปสักนิด
เหล่าขุนนางอยู่ที่ตำหนักหลัก ไป๋จื่อหลอมยาอยู่ที่ตำหนักข้าง ในที่สุดนางก็หลอมยาลูกกลอนขนาดเท่าไข่มุกของเม็ดได้สำเร็จ
เม็ดหนึ่งละลายน้ำดื่ม ส่วนอีกเม็ดหนึ่งไว้ใช้หลังจากนั้น
ไทเฮาดื่มยาไปได้ครึ่งชั่วยามก็ฟื้น แม้จะยังไม่ได้สติเต็มที่ในทีแรก ทว่าทุกอย่างก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น นางเข้าใจวาจาที่ฮ่องเต้ตรัสเป็นอย่างดี มือเท้าก็ขยับได้เช่นกัน เบื้องหน้าที่ก่อนหน้านี้หมุนวนไปมา บัดนี้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว
หมอหลวงสวี่ผลันมีสีหน้างุนงง เขามองเด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่ปีตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ เด็กสาวร่างผอมบางเช่นนี้ กลับเป็นหมอมือฉมังคนหนึ่ง แม้แต่ภาวะสมองขาดเลือดก็จัดการได้อยู่หมัด นางช่างเก่งกาจเสียจริง
ฮ่องเต้เห็นไทเฮาดีขึ้นแล้วก็ดีใจมาก เอ่ยปากชมไป๋จื่อไม่ยอมหยุด
ครั้นส่งไทเฮากลับไปผักผ่อนที่ตำหนักเรียบร้อย คราวนี้ผระองค์ถึงได้นึกถึงฐานะของไป๋จื่อขึ้นมา ตงฟางมู่บอกว่าหว่านเอ๋อร์ป่วยหนัก ยามที่ถึงจุดอันตรายถึงขีด