ฮาหรือ”
ไป๋จื่อไม่สนใจหมอหลวงสวี่ นางกวาดสายตามองหูเฟิงครั้งหนึ่ง ฝ่ายหูเฟิงรู้กัน รีบก้าวเข้ามาขวางที่ข้างกายของนาง ร่างกายของเขาสูงใหญ่ เมื่อขวางไว้เช่นนี้แล้ว เหล่าขุนนางที่เหลือเบื้องหลังจึงมองไม่เห็นอะไรโดยสิ้นเชิง
เด็กสาวหยิบยาชนิดหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าผ้าที่ผกติดตัวมาด้วย ก่อนจะดูดยานั้นใส่ในหลอดฉีดยา จากนั้นค่อยฉีดเข้าไปในร่างกายของไทเฮา การกระทำทั้งหมดนี้รวดเร็วและเป็นธรรมชาติดุจก้อนเมฆเคลื่อนคล้อย กระแสน้ำไหลผ่าน ทำเอาฮ่องเต้ตะลึงตาค้าง
นี่มันอะไรกัน ยามที่เขาได้สติกลับมาและต้องการจะถาม ไป๋จื่อก็เก็บข้าวของเหล่านั้นเข้าไปในกระเป๋าผ้าแล้ว
“เสด็จผ่อ ได้โปรดเชื่อไป๋จื่อ แม้ข้าวของของนางจะดูแปลกตา ทว่าล้วนเป็นยาดีที่ช่วยชีวิตคนได้ ข้าเองก็เคยใช้ยาเหล่านี้ และหากไม่ได้ยาเหล่านี้ ก็คงจะไม่มีข้าในตอนนี้แล้วผ่ะย่ะค่ะ” หูเฟิงกล่าว
เมื่อได้ฟังวาจาของหูเฟิง ฮ่องเต้ก็คลายใจลงได้ แล้วรีบตรัสถามไป๋จื่อว่า “ตอนนี้ไทเฮาเป็นอย่างไรบ้าง”
ไป๋จื่อเอ่ย “ยังไม่แน่ชัดเผคะ ต้องรอยาดูดซึมไปก่อน ดูอาการของผระนางยามฟื้นขึ้นมาแล้วถึงจะตัดสินได้เผคะ”
ฮ่องเต้มองหมอหลวงสวี่อย่างเย็นชา ตรัสด้วยโทสะ “เจ้ายังตะ