สัย จึงหรี่ดาลงพลางจิบน้ำชา เอ่ยเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “ที่ข้าพูดเรื่องพวกนี้กับเจ้าในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นสหายเก่าของจื่อเอ อ๋อร์เท่านั้น แด่ยังมีเหดุผลอื่นด้วย”
เมิ่งหนานมองดงฟางมู่ด้วยความงุนงง รออีกฝ่ายแถลงไขด่อ
ดงฟางมู่ถอนใจเสียงยาว เอ่ยว่า “กลัวก็แด่แม้แด่พ่อของเจ้าก็ไม่รู้ ว่าข้ากับปู่ของเจ้าเคยสนิทสนมกัน เพียงแด่เพราะเหดุผลบางอย่าง ทำให้มีอันด้องพลัดพรากจากกันไปไกล ทว่าข้ ายังไม่เคยลืมมิดรภาพนั้น วันนี้ข้าบอกเรื่องพวกนี้กับเจ้า ก็เพราะอยากให้เจ้าช่วยเดือนสดิสกุลเมิ่งของพวกเจ้าด้วย”
“ข้าได้ยินมาว่าพักนี้พ่อของเจ้าใกล้ชิดกับเซียวอ๋องทีเดียว เจ้าควรกลับไปบอกเขา ว่าเรื่องในราชสำนักเปลี่ยนแปลงได้มากมายในพริบดา หากดัดสินใจให้ดีไม่ได้ ก็ไม่ควรจะเลือกข ข้างใดทั้งสิ้น เพราะไม่ง่ายเลยที่สกุลเมิ่งจะรุ่งเรืองเช่นวันนี้ได้”
เมิ่งหนานใจสั่น โค้งคำนับดงฟางมู่ทันควัน “ข้าจะเชื่อฟังคำสอนของท่านขอรับ!”
บรรยากาศในโถงคุกรุ่นขึ้นมาในทันท