ต้องรู้จักพอนะ!”
“ขอรับ!” เมิ่งหนานหัวเราะแหะๆ ไม่ยอมหยุด
หูเฟิงลุกขึ้นยืน กล่าวกับไป๋จื่อว่า “ข้าจะเป็นลูกมือให้เจ้าเอง”
เมิ่งหนานรีบเข้าไปใกล้ “ข้าก็เป็นลูกมือให้เจ้าได้ ให้ข้าร่วมด้วยเถอะ!”
“คุณชายเมิ่ง เจ้าทำเป็นอะไรเป็นบ้างหรือ” หูเฟิงแค่นหัวเราะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งหนานพลันคิดอยู่นานมาก แต่ก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเขาทำอะไรเป็นบ้าง ทว่าจู่ๆ ก็ปรบมือ “โอ้! ข้านึกออกแล้ว ข้าเติมฟืนเป็น ข้าช่วยพวกเจ้าเติมฟืนใ ในเตาไฟได้”
หูเฟิงส่ายหน้า “หน้าที่นั้นย่อมมีคนทำอยู่แล้ว เจ้าผัดผักเป็นหรือไม่”
“ไม่เป็น!” เมิ่งหนานส่ายหน้า
“ห่อเกี๊ยวเป็นหรือไม่” หูเฟิงถามอีก
เมิ่งหนานส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่เป็น!”
หูเฟิงจึงยักไหล่ “เช่นนั้นเจ้าก็รอกินเถอะ” กล่าวจบเขาก็จูงมือไป๋จื่อเดินออกไป
ครั้นเห็นเมิ่งหนานมีสีหน้าผิดหวัง ตงฟางมู่ก็ตบไหล่ของเขาอีก พลางยิ้มเอ่ยว่า “เจ้าหนุ่ม นั่งลงเถอะ ในเมื่อเจ้าช่วยงานในครัวไม่ได้ เช่นนั้นก็อยู่เสียที่นี่ อยู่คุยเล่น นเป็นเพื่อนข้าก็แล้วกัน”
เมิ่งหนานทำได้เพียง