การโจมตีของหานคังผิงด้วยลมที่แผ่วเบา
นักพรตเต๋าน้อยที่ขาวผุดผ่องและน่ารักคนหนึ่งมองเฝ่ยไป๋ลู่ มีการล้อเลียนอยู่ในน้ำเสียงอ่อนเยาว์นั้น “นายท่าน วัดเต๋าของข้าไม่อาจทนการทรมานของท่านได้หรอกขอรับ”
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นกำแพงหินด้านหลังของเธอ ผลักพลังซึ่งกดทับบนตัวของเธอกลับไปช้า ๆ
ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสำหรับการต่อสู้จริง ๆ
หานคังผิงไม่ได้สนใจสายตาที่นักพรตเต๋าน้อยมองเฝ่ยไป๋ลู่ เขานึกว่าคำว่า ‘นายท่าน’ หมายถึงเรียกตัวเขา
ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายออกปากเตือน หานคังผิงก็ดึงมือกลับ “ท่านเซียน ขออภัยอย่างสูง ด้วยผมเห็นคนผู้นี้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กลัวจะเกิดเหตุร้าย ก็เลยร้อนใจอยากจับตัวทันที จนลืมว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้กำลังที่นี่”
เขามีท่าทางเคารพนักพรตเต๋าน้อย แต่สายตาที่มองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่นั้นโหดร้ายเล็กน้อย
เรื่องมาถึงจุดนี้ ไม่ว่าเธอจะมีเจตนาชั่วร้ายจริงหรือไม่ ก็จำเป็นต้องตั้งข้อหา
ไม่อย่างนั้น…ถ้าว่ากันอย่างจริงจัง พวกเขาเองก็บุกรุกเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของวัดเต๋าเช่นกัน
และถ้าเฝ่ยไป๋ลู่จะถูกสงสัย พวกเขาเองก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะโดนเช่นกัน
หานเสียวเสี่ยวเองก็พูดว่า “ใช่ ใช่แล้วค่ะ ถ้าเรามาไม่ทัน บางทีภาพกลุ่มดาวที่ตกทอดมานับพันปีอาจจะถูกเธอทำลายไปแล้วก็เป็นได้”
ยังกล้าให้วัดเต๋าขอบคุณพวกเขาเหรอเนี่ย?
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มหยัน
ใคร ๆ ก็มองออกว่าการกระทำของหายเสียวเสี่ยวนั้นล้วนมาจากความไม่พอใจที่มีต่อเธอ
หา