าขึ้นมาอย่างมาก ก
หูเฟิงตบบ่าของเขาเบาๆ แล้วพยักหน้าให้เขาด้วย
ฟู่เจิงยิ้มขื่น ก่อนจะถอนใจออกมาเสียงหนึ่ง
พวกเขาออกจากหอเทียนอี หูเฟิงจงใจผ่อนฝีเท้า เพื่อเดินอยู่เคียงข้างไป๋จื่อ เขากวาดสายตามองเหนือศีรษะของนาง ยั งคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
“ปิ่นที่ข้ามอบให้เจ้าเล่า” เขาถาม
ไป๋จื่อยิ้มถามบ้าง “ปิ่นอะไรหรือ!”
“อย่ามาแกล้งทำ!”
“ข้าไม่ได้แกล้งทำ!”
เพียงแค่สนทนากันไม่กี่คำ กลับก่อความรู้สึกอบอุ่นและหอมหวานจนเกือบพาให้คนเมามายได้เลยทีเดียว
ตงฟางหว่านเอ๋อร์มองหูเฟิง ในใจรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก นางมองออกว่าหูเฟิงจริงใจกับไป๋จื่อ ในดวงตาของเขามีเพี ยงไป๋จื่อคนเดียวเท่านั้น
เพียงแต่ตอนนี้จื่อเอ๋อร์เพิ่งอายุสิบสามปี ส่วนหูเฟิงอายุยี่สิบสามปีแล้ว เขายังจะรอจื่อเอ๋อร์อีกสักสองปีได้ห หรือไม่
ถึงแม้เขาจะไม่ได้รีบร้อน ทว่าฮ่องเต้คงจะรีบร้อนอยู่บ้างกระมัง
พวกเขาเดินทางถึงร้านสือเค่อแล้ว พนักงานเห็นพวกเขามากันหลายคน อีกทั้งตอนนี้ยังไม่ใช่เวลากินข้าว ห้องรับรองบน นอาคารยังว่างอยู่ จึงจัดเตรียมห้องรับรองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดให้พวกเขา
มากินข้าวในตอนที่ไม่ใช่เวลากินข้าว ข้อดีที่สุดคงจะเป็นการไม่ต้องรออาหาร เหล่า