พ่อครัวใหญ่กำลังว่างมาก จึงทำอา าหารอย่างสุดฝีมือ ใช้เวลาเพียงไม่นาน อาหารก็ถูกจัดวางเสียเต็มโต๊ะแล้ว
ไป๋จื่อนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างจ้าวหลานและตงฟางหว่านเอ๋อร์ ส่วนหูเฟิงนั่งอยู่ข้างๆ หูจ่างหลิน คอยคีบอาหารเต ติมให้หูจ่างหลินไม่ยอมหยุดมือ เขารู้ว่าหูจ่างหลินชอบกินเผ็ด จึงสั่งอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านกับพนักงานสองสา ามอย่างเป็นพิเศษ
หูจ่างหลินเบิกบานใจจนยิ้มไม่หุบ “พอแล้วๆ ข้าเองก็ไม่ได้หิว กินนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้วละ พวกเจ้าเพิ่งมาถึงเมือง งหลวงวันนี้ ระหว่างทางคงลำบากมาก พวกเจ้ากินให้มากหน่อยเถอะ”
อาอู่ยิ้มว่า “ไม่นับว่าลำบากหรอกขอรับ พวกข้าล้วนชินกันเสียแล้ว ที่ลำบากที่สุดคงจะเป็นการที่ไม่ได้กินอาหา ารที่อาจื่อทำ ข้ากับท่านอ๋องกินหรือกลืนอะไรไม่ลงทั้งสิ้น ดูสิ ท่านอ๋องผอมลงตั้งเยอะแน่ะ”
จ้าวหลานยิ้มกว้าง พลางโบกมืออย่างเบิกบานใจ “เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้พวกเจ้ามาที่คฤหาสน์ตงฟางเถอะ ข้ากับจื่อเอ๋อร ร์จะทำอาหารให้กินสักมื้อ”
หูเฟิงยิ้มจาง ก่อนจะยื่นมือไปคีบลูกชิ้นกุ้งแก้วใส่ลงในชามของไป๋จื่อ เอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ต้องทำเยอะนัก กั บข้าวห้าอย่างกับน้ำแกงหนึ่งอย่างก็พอแล้ว”
กับข้าวห้าอย่างกับน้ำแกงห