เลยสักนิด
“ฮูหยิน ท่านตื่นแล้วหรือ” ขอบตานางร้อยผ่าว หัวใจรู้สึกวูบไหวเล็กน้อย ได้พบญาติที่แยกจากกันไปหลายปี เป็นความรู้สึกเช่นนี้นี่เองสินะ
“ลูกแม่…” ตงฟางหว่านเอ๋อร์เดินไปหาไป๋จื่อทีละก้าว มือที่ยื่นออกไปสั่นเทาอย่างต่อเนื่อง นางอยากลูบใบหน้าของบุตรี ทว่าก็กลัวจะทำให้รู้นางรู้สึกหนาว จึงรีบเป่าลมร้อนใส่ฝ่ามือของตนเองให้อบอุ่น แล้วค่อยจับหน้าของนาง บุตรีที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง ผู้แยกจากกันไปนานถึงสิบสามปี
ไป๋จื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น เห็นมือของนางแข็งจนกลายเป็นสีม่วงแล้ว คราวนี้ถึงได้พบว่านางไม่ได้สวมเสื้อคลุม เท้าก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน จึงเร่งพานางไปนั่งลงที่ข้างเตียง แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของนางไว้ จากนั้นค่อยใช้ผ้าเช็ดเท้านางจนสะอาด ขณะเช็ดก็น้ำตาร่วงผล็อย แต่ละหยดร่วงลงบนหลังเท้าของตงฟางหว่านเอ๋อร์ ส่วนน้ำตาของตงฟางหว่านเอ๋อร์นั้น ก็ร่วงลงบนกระหม่อมสีดำขลับของนางหยดแล้วหยดเล่าเช่นกัน
นางนึกถึงพ่อแม่ในยุคปัจจุบัน บุคคลที่ทิ้งนางไว้บนถนนใหญ่ตั้งแต่นางอายุได้เพียงสามขวบ
“ลูกแม่ ลำบากเจ้าแล้ว!” ตงฟางหว่านเอ๋อร์นั่งยองลง โอบนางไว้ในอ้อมกอด หยาดน้ำตาพาให้หัวไหล่ของไป๋จื่อเป