เช่นนั้นสิ?
“ออกไปกันก่อนเถอะ ข้ากับท่านแม่มีเรื่องต้องคุยกัน” ไป๋เจินจูโบกมือไล่พวกสาวใช้
พวกสาวใช้เห็นการแต่งกายของหลิวซื่อแล้ว ไหนเลยจะไม่รู้เรื่องราว ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ามาในเรือน ดวงตาของนางก็จ้องเครื่องประดับบนศีรษะของคุณหนูตาไม่กะพริบ
ครั้นประตูเรือนปิดลง หลิวซื่อก็เร่งรุดไปถึงเบื้องหน้าของไป๋เจินจูทันใด นางยื่นมือไปดึงปิ่นปักผมทองบนศีรษะของหญิงสาวมาชิ้นหนึ่ง ถือมันไว้ในมือ “หนักทีเดียว เจ้าปักมันไว้บนผมมากมายเช่นนี้ เหนื่อยแย่เลยกระมัง!”
หลิวซื่อกำปิ่นปักผมไว้ในมือ ในเมื่ออยู่ในมือนางแล้ว ย่อมไม่มีเหตุผลให้ต้องคืนอยู่แล้ว
แววตาของไป๋เจินจูมีแต่ความเกลียดชัง “ท่านชอบก็เอาไปเถอะ วันนี้มาหาข้ามีธุระอะไร”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น หลิวซื่อก็เข้าไปนั่งลงใกล้ๆ ไป๋เจินจู ยิ้มกริ่มว่า “เจินจู ตอนนี้แม้ครอบครัวของข้าจะมีกินมีดื่มแล้ว แต่พวกข้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักทองแดงเดียว จะใช้ชีวิตเช่นนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกกระมัง เสี่ยวเฟิงยังต้องเรียนหนังสือ ต้าเป่ายังต้องแต่งภรรยา เวลาที่พวกข้าต้องออกไปข้างนอก นั่นย่อมต้องใช้เงินอยู่แล้ว”
พูดไปพูดมา ประเด็นอยู่ที่การขอเงินสินะ
ไป๋เจินจูไม่อยากสนใจนาง แต่ก็จำต้