คาดหมายของข้า วันนี้นางก็จะฟื้นแล้ว แต่ตอนนี้ร่างกายของนางไม่อาจรับการกระทบกระเทือนทางจิตใจใดได้ ต้องเฝ้ารักษาร่างกายอย่างสงบ ไม่เช่นนั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นฟูร่างกาย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งพูดเรื่องของข้าเลยนะเจ้าคะ รออาการของนางมั่นคงก่อนแล้วค่อยบอกดีกว่า”
นางพูดมีเหตุผล ตงฟางมู่พยักหน้าเห็นด้วย “เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ไม่ควรรีบร้อนอะไร รักษาตัวให้ดีย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
“อีกเดี๋ยวท่านบอกกับพวกชุ่ยเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ อย่าให้นางได้หลุดปากเชียว” ไป๋จื่อกล่าว
“เช่นนั้นอีกนานเท่าไร อาการของนางถึงจะมั่นคง” ตงฟางมู่ถาม
ไป๋จื่อคำนวณไว้ดีแล้ว “ประมาณครึ่งเดือนเจ้าค่ะ อย่างน้อยสิบวัน ไม่ใช้เวลามากกว่านั้น”
ตงฟางมู่พยักหน้า “ดี ดียิ่งนัก ดูท่าปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ครอบครัวของพวกเราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันจริงๆ เสียที”
“อ้อ จริงสิ พรุ่งนี้พวกเราจะต้องเดินทางไปเมืองหลวง ร่างกายของหว่านเอ๋อร์จะไหวหรือ” ตงฟางมู่ถามอีก
ไป๋จื่อพยักหน้า “มีข้าอยู่ด้วยย่อมไม่เป็นอะไร ให้รถม้าวิ่งช้าหน่อย อย่าเร่งเดินทางจนเกินพอดี ก็น่าจะไม่เกิดอะไรร้ายแรงเจ้าค่ะ”
ตงฟางมู่วางใจลงได้แล้ว เขาพลันรู้สึกเบิกบานใจ “จื่อเอ๋อร์ ตอนนี