้มีเจ้าอยู่ด้วย ข้าล้วนไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น วางใจได้ทุกอย่างแล้วละ”
ไป๋จื่อกวาดสายตามองหรูเอ๋อร์ที่กำลังอัดอั้นตันใจ จึงกล่าวกับตงฟางมู่ว่า “นายใหญ่ ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้ายังเรียกข้าว่านายใหญ่อยู่อีกหรือนี่ เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านตาสิ” ตงฟางมู่หัวเราะฮ่าๆ “เรียกข้าว่าท่านตาก่อน แล้วข้าจะช่วยเจ้า”
ไป๋จื่อเองก็อารมณ์ดี “ท่านตา ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ”
คราวนี้ตงฟางมู่พยักหน้าด้วยความพอใจ “อืม…เรียกอีกครั้งสิ”
“ท่านตาๆ ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ” ไป๋จื่อยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
คราวนี้ตงฟางมู่ถึงจะยอมรับปาก “พูดมาสิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ตาล้วนรับปากเจ้าทั้งสิ้น”
ไป๋จื่อรู้สึกอบอุ่นหัวใจนัก นี่เกรงว่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสายเลือดกระมัง ถึงได้ทำให้คนสองคนที่เดิมทีไม่คุ้นเคยกัน สนิทชิดเชื้อกันเช่นนี้ภายในเวลาสั้นๆ ได้
“พวกข้าออกจากหมู่บ้านหวงถัวมานานแล้ว หูเฟิงจะต้องตามหาพวกข้าอยู่แน่นอน พ่อแม่ของหรูเอ๋อร์ รวมถึงพ่อของเสี่ยวเฟิง พวกเขาต้องเป็นห่วงพวกข้าแทบแย่แล้วแน่ๆ ท่านช่วยพวกข้าเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายทหาร ให้หูเฟิงรู้ว่าพวกข้าปลอดภัยดี ให้หรูเอ๋อร์ได้พบกั