นัก นางอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดจากตรงไหน จึงปิดปากเงียบไม่พูดจาเสียเลย
ครั้นตงฟางมู่ไปแล้ว ไป๋จื่อก็เขียนใบสั่งยาให้ตงฟางหว่านเอ๋อร์ นางเคี่ยวยาด้วยตนเอง และมองอีกฝ่ายกินมันทีละช้อน
ตกบ่าย ตงฟางหว่านเอ๋อร์สดใสขึ้นมากจริงๆ ตามที่คาดไว้
“ยานี้ของเจ้าไม่เลวเลย ข้ารู้สึกว่าตัวเองลงจากเตียงได้แล้ว” ตงฟางหว่านเอ๋อร์เลิกผ้าห่ม หมายจะลงจากเตียงไปเดินเล่น
แต่ชุ่ยเอ๋อร์รีบถึงผ้าห่มกลับมา “ฮูหยิน ร่างกายท่านอ่อนแอ ขณะนี้ลมแรงมาก ออกไปไม่ได้นะเจ้าคะ”
ไป๋จื่อกลับกล่าวว่า “ข้าว่าข้างนอกอากาศดีไม่หยอก เมื่อครู่มีลมแรงก็จริง แต่ตอนนี้ลมอ่อนลงมากแล้ว เดินเล่นในลานบ้านดูสักหน่อยก็ได้ขอรับ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ฉีกยิ้มกว้างในทันที พูดกับชุ่ยเอ๋อร์ว่า “ได้ยินแล้วกระมัง ยังไม่รีบไปนำชุดคลุมมาอีก”
ชุ่ยเอ๋อร์จนใจ ทำได้เพียงนำเสื้อคลุมมาสวมให้ฮูหยิน แล้วค่อยประคองนางลงจากเตียง หลังจากเดินไปได้หลายก้าว ตงฟางหว่านเอ๋อร์รู้สึกกระปรี้กระเปร่ากว่าปกติเล็กน้อย จึงดันร่างชุ่ยเอ๋อร์ออก แล้วก้าวเดินด้วยตนเอง
เมื่อเดินอยู่ในลานบ้านได้รอบหนึ่งแล้ว นางก็ให้คนยกเก้าอี้บุนวมมา “ชุ่ยเอ๋อร์ ไปนำอุปกร