ณ์เย็บปักของข้ามาที”
ชุ่ยเอ๋อร์ไม่ยอมทำตามคำสั่ง “ฮูหยิน ท่านเพิ่งจะอาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อย จะปล่อยให้ตนเองเหนื่อยไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ก็แค่ทำสิ่งที่ข้าชอบทำเท่านั้น จะเหนื่อยสักเท่าไรกันเชียว รีบไปนำมาเถอะ”
ด้วยความจนใจ ชุ่ยเอ๋อร์ทำได้เพียงเดินออกไป ไม่นานนักก็ถือตะกร้าใบหนึ่งกลับมา
นอกจากอุปกรณ์จำพวกเข็มและด้ายหลากสีสันแล้ว ในตะกร้าก็มีชุดที่ยังทำไม่เสร็จอยู่ชุดหนึ่งด้วย
รูปแบบของชุดงดงามสดสวย ด้านบนปากลายดอกเหมยอันประณีตอยู่มากมาย น่ามองเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าสีสันของมันแตกต่างกับชุดที่ฮูหยินใส่เป็นประจำโดยสิ้นเชิง ดอกเหมยเช่นนี้ควรจะเป็นดอกไม้ที่เหมาะกับแม่นางน้อย นางทำชุดนี้ให้ใครกัน
ไป๋จื่อรู้สึกใคร่รู้ จึงถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ฝีมือเย็บปักของฮูหยินน่าดูชมยิ่ง ชุดนี้งดงามเหลือเกินขอรับ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ประคองชุดในมือ พลางทอดถอนใจ “นี่เป็นชุดที่ข้าทำให้บุตรีของข้า หากนางยังมีชีวิตอยู่ ก็คงจะสวมใส่ชุดขนาดนี้ได้พอดิบพอดีเชียว”
หัวใจของไป๋จื่อกระตุกวูบ “ในเมื่อนางไม่อยู่แล้ว ไยท่านถึงยังทำชุดนี้อยู่อีกเล่า”
แม้ไป๋จื่อจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับไม่ถือโทษ เพียง