ป” ชุ่ยเอ๋อร์ยิ้มว่า
ไป๋จื่อเองก็ขบขัน “ข้าว่าสายตาของเจ้าในตอนนั้น เกรงว่าจะมองข้าเป็นขอทานกระมัง ย่อมไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว แต่เป็นขอทานอย่างแท้จริง”
วาจาของไป๋จื่อพาให้ตงฟางหว่านเอ๋อร์หัวเราะขึ้นมา บัดนี้นางยิ้มไม่หุบ ความมืดมนในดวงตาคล้ายกับหายไปจนสิ้น
ตงฟางมู่ยืนมองภาพนี้อยู่ข้างนอก คล้ายกับได้รับการปลอบประโลมจิตใจ เขาไม่ได้เห็นบุตรียิ้มกว้างเช่นนี้มานานเท่าไรแล้วนะ
ไป๋จื่อผู้นี้ ช่างเป็นดาวนำโชคเสียจริง!
เขาก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยความเบิกบานใจ “พวกเจ้ากำลังคุยอะไรกันอยู่ ไยสนุกสนานกันถึงเพียงนี้”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์เห็นบิดาเข้ามา นางก็วางผ้าปักในมือลง แล้วลุกขึ้นรินชาให้เขาถ้วยหนึ่ง “ท่านพ่อ เชิญนั่งเจ้าค่ะ”
ตงฟางมู่นั่งลง ฝ่ายตงฟางหว่านเอ๋อร์กำลังจะเล่าเรื่องราวของไป๋จื่อให้เขาฟัง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็มีชายชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก เป็นพ่อบ้านของคฤหาสน์ฉีอวิ๋นแห่งนี้นี่เอง
พ่อบ้านกล่าวกับตงฟางมู่ว่า “นายใหญ่ ในวังส่งจดหมายมาขอรับ ม้าเร็วเร่งฝีเท้ามาส่งเลยทีเดียว บอกว่าเป็นจดหมายด่วน”
ตงฟางมู่ผุดกายลุกขึ้น แล้วตามพ่อบ้านไปทันที
…
ในห้องหนังสือ องครักษ์ที่มาส่