ไปไม่รู้เท่าไร หากบุตรชายของข้าเป็นอะไรไป ข้าคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เช่นกัน คอยดูแล้วกันว่าท่านจะบอกกับน้องชายของข้าอย่างไร” แม้เฉียนจงหยวนจะเป็นมหาเศรษฐีในตอนนี้ ทว่าเมื่อก่อนเขากลับยากจนข้นแค้น ตอนนั้นไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ คล้ายกับภูตผีดลใจ เพียงเพราะเฉียนจงหยวนเอ่ยวาจาหวาดหยดย้อยกับนางเท่านั้น นางก็ใจอ่อนยอมแต่งให้เขาเสียแล้ว
หลายปีมานี้เฉียนจงหยวนเปลี่ยนจากคนจนเป็นคนรวยได้ นั่นล้วนเป็นผลงานของน้องชายนาง กู้เฟิงคัง พวกเขาสกุลกู้ทำให้เฉียนจงหยวนก้าวหน้า ก็ย่อมทำให้ตกต่ำได้เช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้วเขาจะเลี้ยงดูเหล่าอนุและลูกๆ ได้เช่นไรอีก
เฉียนจงหยวนเกลียดยามที่กู้ผิงฮุ่ยเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเขาเป็นที่สุด เพราะนั่นเหมือนกับว่าที่เขามีวันนี้ได้ ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเลยสักนิด แต่เป็นเพราะความดีความชอบของสกุลกู้ทั้งสิ้น และนี่ถือเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุด ที่นับวันเขาไม่อยากเหยียบย่างเข้าเรือนของกู้ผิงฮุ่ยขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกครั้งที่เห็นหน้านาง นางจะพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับว่าหากนางไม่พูดถึงเรื่องนี้ เขาจะลืมไปว่านางเป็นคนของสกุลกู้
“นายท่าน ฮูหยิน หมอจากโถงจี้เหรินมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ก้าวเข้ามารายงาน
กู้ผิงฮุ่ยรีบเอ่ยทันที “เร็วเข้า รีบเชิญเข้ามา”
ไป๋จื่อยิ้มเยาะ เชิญ? นางถูกจับมาชัดๆ เชิญอะไรกัน
หลังจากไป๋จื่อเข้าไปในลานบ้านแล้ว นางก็กล่าวกับเฉียนจงหยวนและกู้ผิงฮุ่ยที่กำล