จะพาตงฟางหว่านเอ๋อร์ไป ข้ายังไม่ทันได้ตอบตกลง เขาก็เดินจากไปแล้ว เขาเห็นจวนโหวของพวกเราเป็นอะไรกัน นี่เป็นอาณาเขตของสกุลเผย ไม่ใช่สกุลตงฟาง”
เขาพูดพลางมองตาขวางใส่เซียงอี๋เหนียง “ตอนนั้นเจ้าอยู่ที่ใด เหตุใดไม่ห้ามเขาไว้”
เซียงอี๋เหนียงตาแดง “ท่านโหว ตอนนั้นข้าปรนนิบัติฮูหยินใหญ่อยู่ในเรือน ไม่รู้เรื่องนี้โดยสิ้นเชิง ครั้นข้าได้ข่าว ตงฟางมู่ผู้นั้นก็พาตงฟางหว่านเอ๋อร์ไปแล้ว อีกทั้งข้าเป็นเพียงแค่สตรี จะวิ่งไล่ตามอีกฝ่ายบนถนนคงไม่ได้กระมัง”
เผยชิงหานทนเห็นนางตาแดงเหมือนจะร้องไห้ไม่ได้ เขาใจอ่อนในทันที “เอาละ ข้าไม่โทษเจ้าแล้ว ข้าแค่รู้สึกไม่ชอบใจเล็กน้อยเท่านั้น”
เซียงอี๋เหนียงนวยนาดเดินเข้ามาหาเผยชิงหาน ก่อนจะหันหน้าบอกให้ข้าทาสในเรือนออกไปทั้งหมด เมื่อประตูปิดลงแล้ว นางถึงจะเอ่ยว่า “ท่านโหวกังวลว่านางออกจากจวนโหวไปแล้ว อาการป่วยของนางจะดีขึ้นใช่หรือไม่เจ้าคะ”
เผยชิงหานสายตาคมปลาบ “หรือว่าเจ้าไม่กังวลเช่นนั้น? สตรีนางนั้น หากจะตายก็ต้องตายอยู่ที่จวนโหวแห่งนี้”
เซียงอี๋เหนียงหัวเราะ พลางยื่นมือไปจับมือของเผยชิงหานเอาไว้ กล่าวเสียงหวานหยดย้อย “ท่านโหววางใจเถอะเจ้าค่ะ ร่างกายของนาง