ให้คนไปที่จวนของจิ้นอ๋องสักหน่อย ตามพ่อบ้านซุนมา แล้วให้เขาพาคนที่ดูแลคลังของจวนมาด้วย”
เมื่อขันทีไปแล้ว ไทเฮาก็ร้อนใจถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ เจ้าจะตามพ่อบ้านของจวนจิ้นอ๋องมาทำอะไร”
ฮ่องเต้ชี้พู่หยกในมือพลางกล่าวว่า “หยกนี้เป็นของเยี่ยนเอ๋อร์ เหตุใดไปอยู่ในมือของเจ้าเมืองชางได้ เดิมทีมันเป็นของของจวนจิ้นอ๋องแท้ๆ จะไปอยู่ที่คนอื่นได้อย่างไรกัน ทั้งยังนำมามอบให้ท่านเป็นของขวัญวันเฉลิมพระชนม์อีกด้วย”
สีหน้าของไทเฮาเปลี่ยนไปเช่นกัน “น่ะ นี่เป็นของของเยี่ยนเอ๋อร์รึ เจ้าไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่”
“พู่หยกเช่นนี้ ทั้งโลกนี้มีเพียงแค่สองชิ้นเท่านั้น เป็นตงฟางมู่ได้มาจากยอดฝีมือต่างถิ่นคนหนึ่ง ในปีนั้นข้ากับตงฟางมู่หมั้นหมายไว้ให้เยี่ยนเอ๋อร์ พู่หยกนี้ถือเป็นของหมั้น แล้วข้าจะจำผิดได้อย่างไรกัน”
ดูท่าทางคงจะไม่มีทางผิดไปได้แล้ว ในใจของไทเฮารู้สึกเสียดายมาก เพราะนี่เป็นของที่นางโปรดปรานและหามาได้ยากเย็น ทว่ามันกลับเป็นของหมั้นของเยี่ยนเอ๋อร์ไปเสียได้ ท่าทางนางจะไม่มีวาสนากับมันแล้ว
ฮ่องเต้ไม่ได้รั้งอยู่นาน พระองค์ถือพู่หยกรีบร้อนจากไปแล้ว
…
ห้องทรงอักษร
ชางซูหังที่เดิมทีอยู่ร่วมงานเลี้ยง