ั่นเล่า ไม่ใช่บอกว่าจะให้เงินข้าหนึ่งเฉียนหรือ”
จางซื่อยกผ้าปักลายในมือที่ใกล้จะทำเสร็จแล้วขึ้น กล่าวว่า “ข้าให้ผ้าผืนนี้กับเจ้าไปตั้งแต่เช้า บอกไว้แล้วว่าพรุ่งนี้ข้าต้องนำไปส่ง แล้วเจ้าปักมันหรือไม่ นอกจากนอนทั้งวันแล้ว เจ้าได้ออกมาจากผ้าห่มบ้างหรือไม่ หากไม่ใช่เพราะข้านึกเรื่องนี้ขึ้นได้และออกไปดูสักหน่อยของสิ่งนี้คงจะถูกปล่อยทิ้งไว้จนถึงพรุ่งนี้กระมัง”
หลิวซื่อมุ่นคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ “ข้าไม่สน เจ้าบอกว่าจะให้เงินข้าหนึ่งเฉียน บอกแล้วว่าจะให้ข้าปักลายผ้าผืนนี้ ตอนนี้เจ้าทำไปเสียแล้ว เงินก็ต้องเป็นของข้า”
จ้างซื่อแค่นหัวเราะ “เจ้าช่างหน้าด้านเสียจริง เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร ข้าจางซูเหมยเป็นเด็กในบ้านหรือข้ารับใช้ของเจ้าหรือ เหตุใดเงินที่ข้าหามาได้ต้องยกให้เจ้าด้วย เจ้าคงฝันกลางวันยังไม่ตื่นกระมัง ยังไม่ตื่นก็นอนต่อไปเถอะ”
วาจาเหล่านี้ทำให้หลิวซื่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะในสายตาของนางแล้ว นางเป็นสะใภ้ใหญ่ จางซูเหมยจะทำงานเก่งเพียงใดก็ไม่ได้อาวุโสไปมากกว่านาง เพราะเช่นนั้นก็ต้องเชื่อฟังนางซึ่งเป็นสะใภ้ใหญ่ผู้นี้ แต่น่าโมโหที่จางซูเหมยไม่เพียงไม่ฟังนาง ยังสั่งสอนนางทุกสิ่งทุกอย่าง ลองคิดดู