น้าที่ยิ้มแย้มของไป๋เสี่ยวเฟิงแข็งค้าง อาสะใภ้รองดูท่าทางไม่ยอมอ่อนข้อ ทำให้เขาอยากจะทุบโต๊ะระบายอารมณ์เสียจริงๆ สตรีโง่ผู้นี้กล้าเมินเขาหรือนี่ ต่อไปเขาจะได้เป็นขุนนางเชียวนะ
เขาอยากทำหน้าบึ้ง ทว่าท้องยังคงหิวอยู่ แม้ในหมู่บ้านหวงถัวจะยังมีญาติสกุลไป๋คนอื่น แต่ก็ล้วนผิดใจกันไปจนสิ้น ไม่มีใครให้พวกเขายืมข้าว ความหวังเดียวในตอนนี้จึงมีเพียงบ้านรองแล้ว
เด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยิ้มต่อไป “อาสะใภ้รอง ต้องทำอย่างไรท่านถึงจะให้พวกข้ายืมเสบียงอาหาร ท่านคงทนเห็นพวกข้าทั้งบ้านหิวตายไม่ได้กระมัง”
จางซื่อหยุดงานในมือ ในที่สุดนางก็เงยหน้ามองไป๋เสี่ยวเฟิงตรงๆ “คนในหมู่บ้านมีมากมาย คนบนโลกนี้ที่ยากจนข้นแค้นยิ่งกว่าพวกเราก็มีถมเถไป เหตุใดคนอื่นไม่หิวตาย กลับมีแต่ครอบครัวของพวกเจ้าที่หิวเล่า”
เสี่ยวเฟิงไม่พูดอะไรต่อ จางซื่อจึงพูดต่ออีก “เสี่ยวเฟิง เจ้าเองก็เป็นคนที่เรียนหนังสือมา อาหารมาจากน้ำพักน้ำแรง ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร อาสะใภ้อย่างข้าคงไม่ต้องอธิบายให้เจ้าฟังใช่หรือไม่ หวังให้ผู้อื่นจุนเจือ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ยืนยาว ท้ายที่สุดแล้วพวกเจ้าก็ต้องพึ่งพาตนเองอยู่ดี”
หลิวซื่อคร้านจะฟังนางกล่าววาจา