างซื่อยิ้มเย็น “ไม่มีข้าวแล้วอย่างไร เจ้าพูดจาร้ายกาจเกินไปแล้วนะ หรือว่าเป็นพวกข้าบ้านรองที่กินข้าวของพวกเจ้าจนหมด”
หลิวซื่อยังคงร่ำร้องต่อไป “เมื่อก่อนพวกเราก็ทำกันเช่นนี้ พวกข้าไม่ได้กินเยอะเสียหน่อย ไยพวกเจ้าต้องทำกับพวกข้าขนาดนี้ด้วย”
จางซื่อวางอุปกรณ์เย็บปักในมือลง แล้วผุดกายลุกขึ้น “ข้าทำกับพวกเจ้า? เจ้าพูดจาอะไรคิดบ้างได้หรือไม่ เจ้าดูมือของข้า แล้วเจ้าดูมือของเจ้ารอง แล้วก็เบิกตาดูมือของพวกเจ้าเสีย”
มือของสองสามีภรรยาเต็มไปด้วยตุ่มน้ำ ทั้งแดงทั้งพอง บางจุดก็เปื่อยอยู่บ้าง ทำให้พวกเขาคันคะเยออย่างยิ่ง แต่ก็ไม่กล้าไปคว้าเกามัน
เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว นางปักลายทั้งวันทั้งคืน ส่วนเจ้ารองก็รับผิดชอบซักผ้า ทำอาหาร และเก็บกวาดบ้าน แม้แต่เจินจูก็เรียนรู้การปักลายเช่นกัน บางครั้งก็ช่วยเหลืองานบ้านบ้าง แล้วบ้านใหญ่ทำอะไรบ้าง เอาแต่นอนหลับอุตุ ไม่สนใจทั้งภายในและภายนอกบ้าน ทว่าได้กลิ่นข้าวแล้วกลับยอมลุกจากเตียง เมื่อไม่ได้กลิ่นอาหารก็นอนต่อ นี่มันต่างอะไรกับสัตว์ที่จำศีลในฤดูหนาวกัน
เมื่อเห็นมือของจางซื่อ หลิวซื่อก็มุ่นคิ้วทันที “มือของเจ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะโทษใครได้ จะโทษข้า