สองคนคลาดกันนิดเดียว”
“เดิมทีข้าอยากขอให้นางช่วยวาดลายปักให้อีก เพราะฝีมือของข้าไม่ค่อยน่ามองเท่าไรนัก” ซู่เอ๋อถอนใจ
…
สกุลไป๋
จางซื่อนำผ้าที่ต้องปักลายสองผืนไปหาหลิวซื่อ นางนับว่าคิดได้แล้ว หากนางไม่อยากเลี้ยงดูบ้านใหญ่ทั้งบ้าน ก็ต้องให้พวกเขาใช้แรงงานให้ได้
หลิวซื่อกำลังนั่งคุดคู้สนทนาอยู่กับเจ้าใหญ่ เมื่อได้ยินจางซื่อเรียกนางจากข้างนอกประตู นางก็พลันมีสีหน้ารำคาญใจในทันที “มีเรื่องอะไร”
“สะใภ้ใหญ่ ข้ามีผ้าที่ต้องปักลายสองผืน ปักเรียบร้อยแล้วผืนหนึ่งจะได้เงินหนึ่งเฉียน ข้าจำได้ว่าฝีมือเย็บปักของเจ้าไม่เลวเลย ทำแล้วน่าจะไม่ยาก”
สองสามีภรรยากำลังอุ่นสบายอยู่ในผ้าห่ม แม้แต่มือก็ไม่อยากยื่นออกมา แล้วจะยอมปักลายดอกไม้หรือไร
“เจ้าวางไว้เถอะ อีกเดี๋ยวข้าว่างแล้วจะไปทำ” นางไม่ได้ปฏิเสธ ทว่าก็ตอบรับไปก่อนเท่านั้น
จางซื่อมุ่นคิ้ว ในใจบ่นว่าอากาศหนาวเย็นขนาดนี้ งานทั้งในและนอกบ้านล้วนไม่มีอะไรให้ทำ แล้วจะยุ่งอยู่ได้อย่างไร อีกเดี๋ยวว่าค่อยทำหรือ?
“สะใภ้ใหญ่ เจ้าเร่งมือหน่อยเถอะ จ้าวซู่เอ๋อรีบใช้ผ้าปักลาย ข้ารับปากไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะส่งมอบงานที่เสร็จสิ้น” จางซื่อนับผ้าปักลายมาหกผืน ตอน