ในตะเกียงอุ่น ก่อนจะส่งคืนถึงมือนาง
“ในเรือนอบอุ่นทีเดียว ไม่ต้องเปลี่ยนให้ข้าแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นสิ้นเปลืองฟืนไปเปล่าๆ” จ้าวหลานกล่าว
ทว่าหูจ่างหลินกลับกล่าวว่า “ที่บ้านของพวกเรามีฟืนเยอะ เจ้ายังกลัวว่าจะไม่พอใช้อีกรึ อีกอย่างตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นนาสมุนไพรหรือร้านสองร้านในเมือง ต่างก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำราวกับสายน้ำหลั่งไหล ได้เงินมาแล้วก็ต้องใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่เช่นนั้นแล้วจื่อยาโถวจะลำบากหาเงินมากถึงขนาดนั้นไปเพื่ออะไรกัน”
จ้าวหลานถอนใจเสียงหนึ่ง “หิมะตกหนักปิดกั้นถนนเช่นนี้ นางกับซู่เอ๋อยังจะเข้าเมืองอีกหรือ ร้านรวงต่างๆ ปิดร้านกันหมด แล้วพวกนางจะรีบร้อนไปทำอะไรกัน”
หูจ่างหลินตอบว่า “เมื่อวานเป็นวันที่ค่ายทหารจะส่งจะหมายมา ทว่านายไปรษณีย์ไม่มา พวกนางจึงร้อนใจ เข้าเมืองไปด้วยตนเองเสียเลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าครั้งนี้จะมีจดหมายมาหรือไม่”
…
ไป๋จื่อกับซู่เอ๋อเข้าเมืองไป ครั้งนี้คนที่บังคับรถม้าคือเสี่ยวเฟิง สองเดือนผ่านไปแล้ว เสี่ยวเฟิงสูงขึ้นเล็กน้อย ร่างกายก็มีเนื้อเพิ่มขึ้นมาก สีหน้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ในที่สุดเขาก็มีรูปร่างเหมือนกับเด็กหนุ่มวัยสิบสามที่ควรจะเป็นแล้ว
ตั้งแต่อาอู่จากไป