โหก็คือ กระดูกแก่ๆ ของข้าไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงแล้ว ตั้งแต่รู้ข่าวร้ายเมื่อสามปีก่อน ข้าก็ล้มป่วยหนัก รักษาต่อเนื่องมาสามปีแล้วก็ยังไม่หาย จึงไม่มีโอกาสนำทัพมายังที่นี่ ในที่สุดครั้งนี้ข้าก็มีโอกาสแล้ว ถึงแม้ข้าจะต้องตาย แต่อย่างไรข้าก็ต้องมา”
ไป๋จื่อปกปิดความปีติในดวงตาเอาไว้ นางเดาไว้ไม่มีผิด แต่ความปีตินี้ต้องเก็บไว้ให้หูเฟิงด้วย
“ท่านจอมพล ท่านนั่งลงก่อน ข้าจะตรวจร่างกายของท่านสักน่อย”
ตอนนี้จอมพลหวังกำลังดีใจมาก ราวกับมีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหน้าอกไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน สบายกายขึ้นเยอะมาก
เขานั่งลง ยิ้มกล่าวว่า “ข้าก็เป็นโรคคนแก่ทั่วๆ ไป กินยาเท่าไรก็รักษาไม่หาย ครั้นเจ็บขึ้นมาแทบเจียนตาย ตอนที่ไม่เจ็บก็เหมือนคนธรรมดา หมอบอกว่าขอเพียงรักษาสุขภาพให้ดี อย่าได้แสดงอารมณ์โกรธ เช่นนั้นก็มีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหลายปีอย่างไม่มีปัญหาแล้ว”
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรต่อจากเขา เพียงนั่งยองลงข้างๆ จับข้อมือของเขาไว้เพื่อฟังชีพจรอย่างละเอียด
ครั้นเห็นคิ้วของไป๋จื่อที่เดิมทีคลายออกเริ่มขมวดมุ่นขึ้นมา จอมพลหวังก็ยิ้มถามว่า “ไม่ค่อยดีใช่หรือไม่ ถ้าจะไม่ดีก็เป็นเรื่องปกติ ข้าอา