องนี้แตกตื่น”
รองแม่ทัพจางพยักหน้ารับ “ข้าทราบดี จะไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ”
หลังจากรองแม่ทัพจางไปแล้ว ไป๋จื่อก็ถามจอมพลหวังว่า “ท่านจอมพล อย่าถือโทษที่ข้าบังอาจถามเลยนะขอรับ หากท่านพบมู่หยาง รู้เรื่องที่ท่านอยากรู้แล้ว ท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไป”
จอมพลหวังกระแทกหกำปั้นลงบนโต๊ะ กัดฟันกรอด “หากพิษร้ายยังคงอยู่ ก็มีแต่จะลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงตัดมันทิ้งไปเท่านั้น ถึงจะขัดขวางการลุกลามด้วย”
ไป๋จื่อมุ่นคิ้วเล็กน้อย กล่าวในใจว่าเขาเห็นหูจื้อเป็นพิษร้าย นั่นนับว่าถูกต้อง แต่หูจื้อเป็นเพียงสุนัขรับใช้ของเซียวอ๋อง กำจัดพิษร้ายนี้ทิ้งไปแล้ว ก็ยังมีพิษร้ายอื่นปรากฏขึ้นมาใหม่ อย่าว่าแต่กำจัดเพื่อป้องกันการลุกลามเลย กลับจะทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นเสียมากกว่า
เห็นนางขมวดคิ้วไม่พูดจา จอมพลหวังจึงถาม “เหตุใดเจ้าไม่พูดแล้วเล่า ไม่เห็นด้วยหรือไร”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ท่านจอมพล อยากจะกำจัดภัยร้ายไปตลอดกาล ไม่ใช่ว่าจัดการเนื้อร้ายสองก้อนอย่างลวกๆ ก็จะสำเร็จนะขอรับ ต้องกำจัดผู้ร้ายตัวจริงที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังด้วย ทำให้เนื้อร้ายที่เกิดขึ้นมาเหล่านั้น ไปจนถึงพวกที่คิดจะเกิดใหม่ไม่อาจเกิดมาได้อีก อย่างไรเสียก็