ช่วยนะขอรับ” นางกำลังคิดหาหนทางอยู่ต่อไม่ออก นี่ช่างเป็นโอกาสอันสมบูรณ์แบบทีเดียว
“แล้วหากเจ้าแพ้เล่า” หมอเฉินถามพร้อมรอยยิ้ม
ไป๋จื่อยักไหล่ “แพ้ก็ฟังตามบัญชาของท่าน!”
หมอเฉินพยักหน้า พลางมองนางด้วยความสนใจเต็มเปี่ยม ใบหน้าปรากฏความชื่นชม “เจ้าคล้ายจะมั่นใจมากเลยนะ”
นางย่อมมั่นใจอยู่แล้ว การรักษานี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับนาง ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง
“ข้าไม่กล้าพูดว่ามั่นใจเสียสิบส่วน แต่อย่างน้อยก็สูงถึงเก้าส่วนขอรับ” เพิ่มอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการโอ้อวด เช่นนั้นเก้าส่วนดีแล้ว
หมอเฉินอารมณ์ดีนัก เขาโบกมือ “เอาละ อย่าพูดจาไร้สาระกันเลย ลงมือกันดีกว่า ผู้ป่วยที่นี่มีมากมาย อีกเดี๋ยวก็จะมีผู้ป่วยใหม่ถูกส่งมาอีก ไม่มีเวลาคุยเล่นอยู่ตรงนี้หรอก”
ไป๋จื่อพยักหน้า ก่อนจะหมุนกายออกจากกระโจมไป แล้วหยิบกระเป๋าผ้าที่นำติดตัวมาจากเมืองชิงหยวนออกจากรถม้า นางควานหาเข็ม ด้าย และแอลกอฮอล์สำหรับใช้ฆ่าเชื้อออกมาจากในนั้นด้วย
ขณะที่นางกำลังทำความสะอาดบาดแผล ชายหนุ่มที่กัดฟันไม่ส่งเสียงมาโดยตลอด ก็ร้องออกมาเพราะทนไม่ไหวในที่สุด เพราะความเจ็บปวดเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับมีคนโรยเกลือลงบนบาดแผลของเขาเลย
หมอเฉินกำลังจัดการบาดแผลให้ผู้ป่วยเช่นกัน เขาใช้น้ำร้อน จึงย่อมไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเหมือนกับใช้แอลกอฮอล์
เขาหยอกเย้าว่า “เจ้ายังไม่ทันได้เย็บแผลเลย คนก็เจ็บจนเจียนตายเสียแล้ว”
ไป๋จื่อวางแอลกอฮอล์ในมือลง ยิ้มว