็เคยบังคับมันแล้วสองครั้ง จึงไม่รู้สึกว่ายากอะไร อย่างน้อยก็ง่ายกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก
หมอลู่มองรถม้าหายไปในควันฝุ่น แล้วรีบร้อนบอกลาผู้ดูแลโถงสมุนไพร เร่งรถเทียมวัวกลับหมู่บ้านหวงถัว
หลังจากกลับถึงหมู่บ้านแล้ว เขาก็ตรงไปที่บ้านของไป๋จื่อ ประตูบ้านของนางปิดแน่นสนิทเหมือนกับตอนที่พวกเขาจากไปไม่มีผิดเพี้ยน ดูท่าทางคนอื่นจะยังไม่กลับมา
เขาทำได้เพียงกลับบ้านไปก่อน เพื่อแบ่งเงินที่ได้รับมาเป็นสองส่วน ขี้ผึ้งยาหนึ่งพันตลับ หนึ่งตลับราคาหนึ่งตำลึง ทั้งหมดจึงเป็นเงินสองพันตำลึง เขามอบเงินให้ผู้ดูแลโถงสมุนไรหนึ่งร้อยตำลึง หักค่าใช้จ่ายจากการซื้อสมุนไพรไปแปดสิบตำลึง และค่าซื้อตลับอีกสิบตำลึง เหลือเงินทั้งหมดเก้าร้อยสิบตำลึง
ทั้งหมดที่เขาได้มาล้วนเป็นตั๋วเงินจากธนาคาร เขาแบ่งตั๋วเงินออกมาสี่ร้อยห้าสิบห้าตำลึงเงิน ใส่มันไว้ในอกเสื้อ แล้วไปที่บ้านของไป๋จื่ออีกครั้ง
ยามนี้รั้วบ้านเปิดแล้ว เขาเห็นอาอู่กำลังรื้อรถ ส่วนจ้าวหลานและจ้าวซู่เอ๋อกำลังสนทนากันอยู่ในลานบ้าน เขาจึงเร่งฝีเท้าเดินเข้าไป
อาอู่เห็นหมอลู่มาเยือน ก็พลันยิ้มทักทาย “ท่านหมอลู่มาหรือนี่ ไป๋จื่อเล่า เหตุใดนางยังไม่กลับมา”
หมอลู่ยิ้มตอบอาอู่ แต่เดินไปหาจ้าวหลานก่อน “จ้าวหลาน ไป๋จื่อต้องไปทำธุระส่งยาที่ค่ายทหาร นางบอกเจ้าไว้แล้วใช่หรือไม่”
จ้าวหลานตะลึงงัน “ท่านว่าอะไรนะ นางไปส่งยาที่ค่ายทหาร? ส่งยาอะไร แล้วนางไปกับใคร”
หมอลู่ถอนใจ