ั้นพยักหน้า แล้วถามอีกว่า “ทำขี้ผึ้งยาเสร็จหมดแล้วหรือ”
ไป๋จื่อนำขี้ผึ้งยาสองตลับมาจากในรถทันที ก่อนจะส่งให้บุรุษเบื้องหน้า “ท่านโปรดดู นี่เป็นขี้ผึ้งยารักษาบาดแผลชั้นดี”
เขาเปิดขี้ผึ้งยาดมดู เป็นกลิ่นที่เขาได้ดมก่อนหน้านี้ แล้วใช้นิ้วก้อยปาดขี้ผึ้งยาออกมาเล็กน้อย เพื่อป้ายลงบนหลังมืออีกข้าง ความข้นเหนียวและสัมผัสที่มือคล้ายกับที่เคยพบ “เจ้าตามข้ามาเถอะ”
ครั้นเขาเดินเข้าไปแล้ว ผู้คุมสองคนก็หลีกทางให้ ไป๋จื่อรีบบังคับรถม้าตามหลังบุรุษผู้นั้นไป แม้ระหว่างทางจะไม่ได้พูดจากัน แต่ตาของนางกลับสอดส่ายไปทั่ว สังเกตสถานการณ์รอบข้างอย่างละเอียด
บุรุษผู้นั้นนำทางไป๋จื่อไปถึงกระโจมแพทย์ทหาร ภายในกระโจมสว่างโร่ มีเสียงร้องโอดโอยไม่ขาดหู กลิ่นคาวเลือดและบาดแผลเน่าเปื่อยปะปนอยู่ด้วยกัน ได้กลิ่นแล้วชวนอาเจียนอย่างบอกไม่ถูก
คนอื่นอาจจะอยากอาเจียน แต่ไป๋จื่อกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น นางได้กลิ่นเช่นนี้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง จึงชินชาเสียแล้ว
“ท่านหมอเฉิน ขี้ผึ้งยาที่ท่านบอกว่าต้องการใช้เมื่อคราวก่อนมาถึงแล้ว ท่านตรวจดูเถอะขอรับ” ครั้นบุรุษผู้นั้นเข้าไปในกระโจมแล้ว เขาก็ไปยืนอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสวัยห้าสิบปีที่กำลังใส่ยาให้ผู้ป่วย มีทีท่าเคารพนบนอบทีเดียว
ผู้อาวุโสหยุดมือเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “นำเข้ามาทั้งหมด ข้ามองดูก็รู้แล้ว”
บุรุษผู้นั้นพยักหน้า แล้วออกไปบอกกับไป๋จื่อที่อยู่นอกกระโจม “ขนขี้ผึ้งย