ักหน่อย ก็อาจจะไปถึงที่นั่นภายในเย็นนี้”
ผู้ดูแลมีสีหน้าสงสัย คนอื่นมีแต่อยากจะเลี่ยงสถานที่นั้นให้ใกล้ แต่นางกลับขันอาสาเช่นนั้น ช่างเห็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายจริงๆ!
“หมอลู่ ท่านก็รู้ว่าหูเฟิงไปที่นั่นแล้ว และข้าไม่เคยวางใจเรื่องเขาได้เลย อยากจะหาโอกาสไปเยี่ยมเขาสักครั้งอยู่เสมอ เมื่อมีโอกาสเช่นนี้แล้ว ข้าจะปล่อยไว้ได้อย่างไรกัน” ไป๋จื่อกล่าว
หมอลู่เห็นนางพูดถึงหูเฟิง คราวนี้ถึงจะได้เข้าใจ เขาได้ยินเรื่องที่นางหมั้นหมายกับหูเฟิงแล้ว ทั้งสองคนเหมาะสมกันจริงๆ แต่น่าเสียดายที่หูเฟิงต้องไปรบ จะรอดกลับมาได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นางกังวงใจถือเป็นเรื่องปกตินัก
ผู้ดูแลฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจนัก จึงถาม “เจ้าหมายความว่าจะไปหาใครบางคนที่นั่นหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ถูกต้อง พี่ชายของข้าถูกเกณฑ์ทหารไปเมื่อหลายวันก่อน แต่ไม่ได้ยินข่าวคราวของเขาเลย เดิมทีข้าคิดจะไปสักครั้งอยู่แล้ว ตอนนี้มีโอกาสดี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไม่ใช่หรือ”
ผู้ดูแลเข้าใจในทันที ที่แท้ก็จะไปหาพี่ชาย เช่นนั้นก็ไม่แปลก เขาจึงยิ้มพลางพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าก็วางใจ เจ้ามีญาติอยู่ทางนั้น คิดดูแล้วคงไม่มีเรื่องที่ไม่ดีอะไร แต่เจ้าผอมแห้งเช่นนี้จะบังคับรถไหวหรือ”
ไป๋จื่อหัวเราะฮ่าๆ “ผู้ดูแลอย่าล้อเล่นสิ หรือว่าบังคับรถต้องอาศัยกล้ามเนื้อบนร่างกายด้วย”
ผู้ดูแลก็หัวเราะเช่นกัน “ก็จริงของเจ้า ตกลง เจ้าบอกว่าเจ้าทำได้ ข้