ล้ว ก็ยังไม่อาจแตะต้องกันได้ง่ายๆ อีกด้วย
กระนั้น นางกลับลงเข็มรวดเร็วราวกับโบยบิน แทงเข็มแล้วเข็มเล่า อย่างกับเล่นสนุกอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากฝังบนบริเวณศีรษะเสร็จหมดแล้ว นางก็เปิดเสื้อผ้าของหัวหน้าหมู่บ้าน แทงเข็มที่จุดชี่ไห่[6]ไปจนถึงจุดกานซู[7] และจุดผีซู[8]อีกสองจุด
ครั้นเห็นไป๋จื่อหยุดแทงเข็ม หมอลู่ถึงจะเริ่มถามว่า “จื่อยาโถว นี่คือวิชาฝังเข็มอะไรกัน เจ้าคงไม่ได้ฝังไปมั่วๆ ใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อเช็ดเม็ดเหงื่อที่ซึมออกมาบนหน้าผาก นางยิ้มเอ่ยว่า “ดูท่านพูดเข้าสิเจ้าคะ ข้าจะนำชีวิตคนมาล้อเล่นได้อย่างไร ท่านอย่าได้สนใจเลยว่าวิชานี้ของข้าเป็นวิชาฝังเข็มอะไร เพราะอีกเดี๋ยวหัวหน้าหมู่บ้านตื่นขึ้นมาก็ใช้ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
“เช่นนั้นแท้จริงแล้วเขามีอาการลมชักจริงหรือไม่” หมอลู่ถามอีก
เด็กสาวพยักหน้า “เขามีอาการลมชักจริงเจ้าค่ะ แต่โชคดีที่ช่วยไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคงยากที่จะคาดเดาได้”
หลี่ซื่อที่อยู่ข้างๆ รีบพูดขึ้นมาบ้าง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้านะ ข้าเพียงพูดกับเขาไม่กี่ประโยค เขาก็กลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว ข้าไม่ได้ลงไม้ลงมือเลย ข้าไม่ได้ลงไม้ลงมือจริงๆ”
“เจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าไม่เกี่ยวกับเจ้าอีกหรือ หากไม่ใช่เพราะเจ้ามาหาเรื่อง เขาจะโมโหจนมีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร” ฮูหยินอันกล่าวด้วยโทสะ
“โมโหจนมีสภาพเช่นนี้? พูดเช่นนี้แสดงว่าขอเพียงโมโหก็ป่วยได้แล้วหรือไร ลูกชายของท่านรั