บอารมณ์โมโหของข้าทุกวัน ไยข้าไม่เห็นเขาป่วยไข้บ้างเลย” หลี่ซื่อพูดเสียงดัง
ฮูหยินอันโมโหจนตัวสั่น ไป๋จื่อจึงเข้าไปกุมมือของนางไว้ ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “ท่านอย่าโมโหไปนะเจ้าคะ มีข้าอยู่ที่นี่แล้ว” จากนั้นนางก็หันหน้าไปมองหลี่ซื่อที่มีสีหน้าซีดเซียวแวบหนึ่ง “คนทั่วๆ ไปโมโหแล้วไม่มีทางป่วยไข้จริงๆ นั่นแหละ แต่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่เหมือนกับสามีของเจ้า เพราะท่านหัวหน้าหมู่บ้านอายุมากแล้ว บวกกับช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเร็ว และเปลี่ยนไปมากทีเดียว ส่งผลกระทบถึงการไหลเวียนโลหิต เมื่อความเย็นยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย เลือดจะแข็งค้างอยู่ภายใน จนทำให้เส้นเลือดไม่โปร่งโล่ง เดิมทีนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นอาการไข้หวัดที่พบได้ทั่วๆ ไป หลังจากดูแลรักษาร่างกายอย่างดีสักสองสามวัน รักษาความอบอุ่นให้กับร่างกายก็เป็นอันใช้ได้แล้ว กระนั้น บังเอิญนักที่อาการไข้หวัดของท่านหัวหน้าหมู่บ้านยังไม่หายดี เจ้าก็มายั่วเย้าเขาถึงบ้านแล้ว ใช้วาจากระตุ้นเขา ทำให้อารมณ์ทั้งห้าเพิ่มมากกขึ้นจนเกินไป หัวใจเต้นแรงราวกับจะระเบิด ถึงได้ทำให้เขาเกิดอาการลมชักเช่นนี้”
หลี่ซื่อเป็นสตรีชั่วร้ายตามแบบฉบับคนหนึ่ง นางไม่เคยเรียนหนังสือ ไหนเลยจะเข้าใจทฤษฎียาวเหยียดที่ไป๋จื่อกล่าวมา นางรู้เพียงผลลัพธ์สุดท้ายเท่านั้น ไป๋จื่อบอกว่าเพราะคำพูดของนางกระตุ้นหัวหน้าหมู่บ้าน ทำให้เขาล้มป่วย นั่นเท่ากับว่าโยนความผิดให้นางไม่ใช่หรือ
นางย่อมไม่ยอ