ี้ วันที่เขาจะตบหน้าหลี่ซื่อเช่นที่นางเคยทำ เดิมทีเขาคิดว่านี่จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีทางเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่ยากนักจะเกิดขึ้นได้ แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว เขารู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง ราวกับได้ระบายความเจ็บช้ำที่อัดอั้นอยู่ในใจมาเนิ่นนานออกมาทั้งหมด ผ่านหนึ่งฝ่ามือนี้ของเขา
“เจ้าตบข้า? เจ้ากล้าตบข้าหรือนี่” น้ำตาของหลี่ซื่อร่วงผล็อย เพราะไม่ว่าอย่างไรนางก็คิดไม่ถึงเลย ว่าบุรุษตรงหน้านางผู้นี้จะกล้าลงมือกับนางได้
“ข้าตบเจ้าแล้วอย่างไร หากเจ้าไม่อยากอยู่กับข้าแล้ว เช่นนั้นก็กลับบ้านแม่เจ้าไปเสีย คอยดูว่าข้าจะไปรับเจ้ากลับมาหรือไม่ เจ้าจำไว้นะ หากเจ้ายังอยากอยู่กับข้า ก็รู้จักสงบเสงี่ยมเสียบ้าง ขืนทำให้พ่อแม่ของข้าต้องมารองรับอารมณ์ของเจ้าเช่นนี้อีก ข้าจะไม่ตบเจ้าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแน่” หวังซู่เกินกล่าว
อย่าว่าแต่หลี่ซื่อโมโหจนทำอะไรไม่ถูกเลย แขกเหรื่อที่อยู่ในเรือนหลายคนก็งุนงง เพราะเรื่องราวกลับตาลปัตรรวดเร็วเหลือเกิน…
ไม่นานนัก หวังซู่เกินก็ดันร่างหลี่ซื่อที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกจากเรือนไป และไม่กล่าวอะไรทิ้งท้ายสักคำ
ไป๋จื่อหันไปมองฮูหยินอันที่มีแต่น้ำตานองหน้า ก่อนจะยิ้มกล่าวว่า “ท่านป้าอย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ พี่เกินทำถึงเช่นนี้ในวันนี้ ลูกสะใภ้ของท่านจะต้องสำรวมกิริยาสักระยะหนึ่งแน่ วางใจเถอะนะเจ้าคะ”
ฮูหยินอันพยักหน้า นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตา พลางมองไป๋จื่อและหมอลู่ด้วยสีหน้า