ใจลงได้เช่นนี้ เนื้อแท้ของนางย่อมระเบอดออกมาเป็นธรรมดา
หวังซู่เกินรู้สึกถึงไฟและความรู้สึกแสบร้อนบนใบหน้า ในเรือนมีดวงตาหลายคู่จับจ้องมาทางเขา แม้พวกเขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่เขาราวกับได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของพวกเขา ทั้งยังต่อว่าเขาไม่ใช่ชายชาตรี ถึงได้ถูกสตรีรังแกแล้วยังไม่บังอาจตอบโต้ พ่อแท้ๆ ของตนเองถูกสตรีชั่วร้ายผู้นี้ทำร้ายจิตใจจนเกือบตาย แต่เขากลับไม่กล้าพูดอะไรแม้สักคำ เขายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่
หลี่ซื่อยังคงต่อว่าต่างๆ นานาไม่ยอมหยุด จึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าบุรุษของตนมีสีหน้าเปลี่ยนไปมากเพียงใด
เสียง ‘เพียะ!’ ดังกังวานอีกครั้ง เป็นการตบหน้าอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งนี้เป็นหวังซู่เกินตบหลี่ซื่อ
ตบครั้งนี้ทำให้หลี่ซื่อมึนงง นางเบิกตาโพลงมองหวังซู่เงิน พูดไม่ออกแม้สักประโยคเดียว ตั้งแต่นางแต่งให้หวังซู่เกิน ก็มีเพียงนางที่เป็นฝ่ายลงมือ หวังซู่เกินไม่เพียงนิ่งเฉย ทั้งยังไม่เคยปริปากต่อว่านางสักคำ
“ข้าไว้หน้าเจ้าแล้ว แต่เจ้ายังไม่หยุดอีกหรือนี่ เจ้าเห็นว่าข้าหวังซื่อเกินกลัวเจ้านักใช่หรือไม่” หลี่ซื่องดงามเพียบพร้อมยามแต่งให้เขา ส่วนเขาทั้งจน ทั้งขี้เหร่ เขาคิดเสมอว่าหลี่ซื่อแต่งให้เขาแล้ว ทั้งชีวิตของเขาจะมีแต่ความสุขสงบ เขาจึงทำดีกับนางเป็นพิเศษ ใครจะคาดคิดว่าความดีของเขาจะกลายเป็นความอ่อนแอในสายตาของนาง กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้นางรังแกเขา ไปจนถึงพ่อแม่ของเขาด้วย
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันน