าไป๋จื่อเพิ่งอายุสิบสามปีเต็ม ไม่เพียงหน้าตาสะสวย ยังฉลาดเฉลียวเป็นอย่างยิ่ง ใคร่ครวญดูแล้วเหมือนจะเป็นแม่นางน้อยเบื้องหน้าผู้นี้ไม่มีผิดเพี้ยน
ไป๋จื่อมองผู้มาเยือน เป็นผู้อาวุโสแปลกหน้าคนหนึ่ง แม้จะแต่งกายเรียบง่าย ทว่าสีสันของเสื้อผ้ากลับแตกต่างกับคนธรรมดาทั่วไป ด้านหลังนางมีสาวใช้ที่สวมเสื้อผ้าไม่ขี้เหร่อีกสองคน บนศีรษะของผู้อาวุโสประดับทองไว้ด้วย ท่าทางมาจากตระกูลใหญ่ทีเดียว
น่าจะเป็นคนจากสกุลเมิ่งกระมัง
“ข้าคือไป๋จื่อ ท่านเป็นใครกัน” นางมองผู้อาวุโสตรงหน้าด้วยแววตาสงบนิ่ง สตรีผู้นี้ไม่มีทางใช่มารดาของเมิ่งหนาน อย่างมากน่าจะเป็นแม่นม หรือสาวใช้อาวุโสที่สุดในสกุล
แม่นมอู๋กล่าวด้วยสีหน้าเรียบสงบ “ข้ามาจากเมืองหลวง ไม่ทราบว่าแม่นางเคยได้ยินชื่อสกุลเมิ่งแห่งเมืองหลวงหรือไม่”
เมื่อแม่นมอู๋เอ่ยถึงสกุลเมิ่งแห่งหลวง สีหน้าของนางดูเคร่งขรึมขึ้นมาถนัดตา ราวกับเป็นชื่อสกุลที่ครอบครองความยิ่งใหญ่ไว้ก็ไม่ปาน
ไป๋จื่อได้ยินดังนั้นกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร และไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจ หรือประจบสอพลอเมื่อผู้ที่สูงส่งกว่ามาเยือนเช่นที่แม่นมอู๋จินตนาการไว้
เด็กสาวพยักหน้า “เคยได้ยินเจ้าค่ะ ข้ารู้จักคุณชายของสกุลเมิ่งด้วย แต่เขากลับเมืองหลวงไปแล้ว เกรงว่าชั่วชีวิตนี้คงจะไม่ได้เจอกันอีก”
แม่นมอู๋เลิกคิ้ว “ชั่วชีวิตนี้คงจะไม่ได้เจอกันอีก? แม่นางแน่ใจหรือ”
ไป๋จื่อยักไหล่ “เรื่องราวบนโลกหล้านี้ ไม่มีเรื่