องใดที่พูดได้อย่างแน่นอนหรอกเจ้าค่ะ ที่ข้าพูดเช่นนี้ในวันนี้ เพราะเขากลับเมืองหลวงไปแล้ว และหมู่บ้านในป่าเขาเล็กๆ แห่งนี้ก็อยู่ห่างจากเมืองหลวงเป็นพันลี้ เขาไม่มีทางมาสถานที่เช่นนี้อีก ส่วนข้าเองก็ไม่มีความคิดจะไปเมืองหลวง ข้าถึงได้พูดว่าคงจะไม่ได้พบกันอีก”
โบราณว่าไว้ หากทิ้งเบาะแสไว้ วันหน้าย่อมได้พบกัน
แม่นมไป๋หัวเราะอย่างเยือกเย็นครั้งหนึ่ง “แต่ตามที่ข้ารู้มาก พักนี้คุณชายยังเขียนจดหมายถึงเจ้าอยู่ เจ้าไม่คิดจะไปเมืองหลวงจริงหรือ”
“ข้ารู้จุดประสงค์ที่ท่านมาที่นี่ ข้าขอรับประกันกับท่านได้เลย ข้ามีคู่หมั้นแล้ว ถึงในอนาคตจะไปเมืองหลวง ข้าก็ต้องไปพร้อมกับสามีของข้า หวังว่าข้าพูดเช่นนี้แล้วท่านจะเข้าใจนะเจ้าคะ” ไป๋จื่อตัดบท
แม่นมไป๋ก็รู้เรื่องนี้มาจากเถ้าแก่เฉินแล้วเช่นกัน แต่นางยังคงไม่วางใจ หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง แล้วนางจะวางใจลงได้อย่างไรกัน เมิ่งหนานเป็นทายาทหนึ่งเดียวของสกุลเมิ่งเชียวนะ หากเด็กสาวบ้านนอกเช่นนี้ล่อลวงเขาได้ ฮูหยินจะปวดใจเพียงใดกัน
“ไม่ทราบว่าตอนนี้คู่หมั้นของเจ้าอยู่ที่ใด” แม่นมอู๋ถาม
“บังเอิญนัก ก่อนหน้านี้เขาออกเดินทางไกล อีกหลายวันถึงจะกลับมา แต่หากท่านไม่เชื่อ ข้ามีหนังสือหมั้นหมาย ท่านได้ดูแล้วอาจจะวางใจลงก็เป็นได้” ไป๋จื่อยิ้มจางๆ กล่าวจบแล้วก็หยิบหนังสือฉบับนั้นออกมาจากในย่าม แล้วส่งไปให้แม่นมอู๋
อีกฝ่ายเองก็ไม่เกรงใจ ยื่นมือออกไปรับหนังสือหมั้นหมายมาอ่า