ขาทั้งสองคนก็เป็นไปไม่ได้ ขอให้ฮูหยินโปรดวางใจ”
มีคนรักอยู่แล้ว? ระหว่างทั้งสองคนเป็นไปไม่ได้?
เป็นเช่นนั้นจริงหรือ หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นย่อมเป็นข่าวดีที่สุด
สวี่ซื่อโบกมือ “เอาล่ะ เจ้าออกไปเถอะ”
หลังจากจินเสี่ยวอันไปแล้ว สวี่ซื่อก็เอ่ยถามแม่นมอู๋ที่อยู่ข้างกาย “เจ้าว่าที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่”
แม่นมอู๋ยิ้ม “เป็นความจริงหรือไม่ พวกเราส่งคนไปสืบที่เมืองชิงหยวนสักหน่อยก็ได้ความแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
…
สกุลไป๋
ไป๋เสี่ยวเฟิงนั่งลงข้างๆ หลิวซื่อที่กำลังล้างผักป่าอยู่ ถามเสียงขรึม “ท่านแม่ อีกไม่กี่วันสำนักศึกษาก็จะเปิดเรียนแล้ว เตรียมเงินไว้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ยังมีค่าพู่กันและน้ำหมึกอีกด้วย พู่กันเขียนหนังสือของข้าด้ามนั้นขนหลุดหมดแล้ว ควรจะเปลี่ยนด้ามแล้วกระมัง”
หลิวซื่อถอนใจ “เรื่องนี้เจ้าอย่าได้มาถามข้า ไปถามท่านย่าของเจ้านู่น ท่านย่าของเจ้าเป็นคนดูแลเงินภายในบ้านของพวกเรา ไหนเลยแม่จะมีเงินอยู่ที่ตัว”
“ข้าถามท่านย่ามาแล้ว ท่านย่าบอกว่าไม่มีเงิน ให้ข้ามาหาเอาจากพวกท่าน นี่มันเรื่องอะไรกันท่านแม่ ข้ายังจะได้ไปเรียนหนังสือหรือไม่” ไป๋เสี่ยวเฟิงพูดเสียงฮึดฮัด
หลิวซื่อโยนผักป่าในมือลง “แน่นอนว่าต้องไปเรียน พวกข้ายังหวังให้เจ้าเป็นขุนนางใหญ่ในอนาคต ต่อไปครอบครัวของพวกเราจะได้มีความสุขเสียที”
ไป๋เสี่ยวเฟิงมุ่นคิ้วถาม “อยากให้ข้าเป็นขุนนางใหญ่ เช่นนั้นก็ต้องนำเงินให้ข้าไปจ่ายค่าเร