หรือไร”
แน่นอนว่าหลิวซื่อรู้ ว่าเงินเล็กน้อยที่มีอยู่ในหีบหมดเพราะค่ารักษาเจ้าใหญ่แล้ว ตอนนี้พวกนางถังแตกอย่างแท้จริง จะเหลือก็แต่เงินเหรียญทองแดงพวงสุดท้าย
ทว่าค่าเรียนของเสี่ยวเฟิงเป็นเงินถึงห้าเฉียน จะอย่างไรเงินเหรียญทองแดงหนึ่งพวงก็จ่ายไม่ได้
“ท่านแม่ เช่นนั้นท่านต้องคิดหาวิธีนะเจ้าคะ จะให้เสี่ยวเฟิงเลิกเรียนเช่นนี้ไม่ได้ หากเลิกเรียนจริง ที่เรียนไปมากมายก่อนหน้านี้ไม่นับว่าเสียเปล่าหรือ”
ในที่สุดหญิงชราก็ลืมตา สายตาเย็นชาของนางจ้องเขม็งไปที่สะใภ้ใหญ่ “ข้าต้องคิดหาวิธี? ข้าจะคิดหาวิธีอะไรได้ เจ้าเป็นแม่ของเขา ก็ควรเป็นเจ้าที่คิดหาวิธีไม่ใช่หรือ ทีตอนนี้นึกขึ้นได้ว่าข้าเป็นเจ้าบ้าน ทีพวกเจ้าขโมยข้าวของบ้านรองมาต้มโจ๊ก เจ้าจำได้ว่าข้าเป็นเจ้าบ้าน และคิดจะแบ่งให้ข้ากินก่อนสักถ้วยหรือไม่ ครั้นจะใช้เงินค่อยนึกถึงยายเฒ่าคนนี้รึ เห็นข้าเป็นตัวอะไรกัน”
นางจดจำเรื่องนี้เป็นแม่นมั่น ไม่เคยลืมแม้แต่วินาทีเดียว ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งโกรธเคือง นางเอาอกเอาใจบ้านใหญ่เสมอมา ทั้งยังตัดใจให้บ้านรองแยกบ้านไป แล้วพวกเขาบ้านใหญ่เล่า ยังมีน้ำใจต่อนางบ้างหรือไม่
หลิวซื่อรู้ว่าตนเองผิด แต่พูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะอย่างไรเสียเรื่องราวก็มาถึงขั้นนี้แล้ว
“ท่านแม่ เรื่องในวันนั้นเป็นพวกข้าเองที่ผิด ท่านอย่าได้โกรธเลยนะเจ้าคะ ต่อจากนี้ข้ารับรองว่าหากพวกข้ามีของดีอะไร ล้วนแบ่งให้ท่านก่อนแน่นอน”
คร