วชาญการสู้รบได้อย่างไร ทั้งยังมีแผนการรบเอาชนะทหารฝีมือดีหนึ่งแสนนายด้วยคนสองหมื่นคนอีก นี่ไม่เท่ากับล้อเล่นหรือไร
“จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า ทว่าเจ้าจงจำไว้ หากอยากมีชีวิตรอดกลับมาจากสมรภูมิก็ฟังข้า หากอยากไปตายในสมรภูมิ เช่นนั้นก็ถือเสียข้าไม่ได้พูดอะไร แต่ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ ข้าก็อยากขอให้เจ้าช่วยข้าสักครั้ง ฝากคำพูดหนึ่งไปถึงมู่หยางแห่งกองทหารม้าหุ้มเกราะทีเถอะ” หูเฟิงกล่าว
อีกฝ่ายถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้จักนายกองมู่ด้วยหรือ” นายกองมู่เป็นหัวใจสำคัญของกองทหารม้าหุ้มเกราะในปัจจุบัน แม้กระทั่งเคยช่วยเหลือกองทหารเกราะดำไว้ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นกองทหารเกราะดำคงจะไม่รอดจนทุกวันนี้
“เจ้าบอกเขา ว่ายามสามคืนนี้ ปักษาตื่นจากไปด้วยความชัง!” หูเฟิงไม่ได้อธิบายมาก เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมาะจะพูดมากความจริงๆ
“หมายความว่าอย่างไร” บุรุษผู้นั้นไม่เข้าใจ
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าหมายความว่าอย่างไร ช่วยข้าไปบอกมู่หยางก็พอ เขาได้ยินแล้วจะเข้าใจเอง” หูเฟิงกล่าว คำพูดนี้เป็นสัญญาณลับที่ใช้ยามบุกจู่โจมกองเสบียงของฝ่ายศัตรู มีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้นที่รู้ หนึ่งในนั้นย่อมมีมู่หยาง ในปีนั้นมู่หยางมีตำแหน่งต่ำที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด และเพราะตำแหน่งต่ำต้อยของเขานี้ เขาถึงได้รอดมาจนถึงตอนนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วเกรงว่าชีวิตของเขาคงจะได้รับความทุกข์ทรมานจนตายทั้งเป็น เฉกเช่นเดียวกับเหล่าแม่ทัพคนอื่นๆ
อีกฝ่