ันกับเจ้า ข้าไม่ทางเชื่อแน่ว่าเจ้าไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน” ลู่ผิงอันกล่าว
“ก่อนหน้านี้ข้าไปส่งข้าวให้ไป๋เสี่ยวเฟิงอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ ทั้งยังเคยมาที่สำนักศึกษาอยู่หลายหน ข้าจึงมักจะแอบฟังอาจารย์สวี่สอนหนังสืออยู่ข้างนอกเสมอ ความจริงก็ไม่นับว่าเคยเรียนหนังสือหรอก เพียงแค่ครูพักลักจำเท่านั้นเอง” ไป๋จื่อยิ้มจางๆ
แม้โจวเสี่ยวเฟิงจะได้ยินวาจาของนางชัดเจน แต่เขาก็ยังคงมีสีหน้าคร่ำเคร่งมาก “ความคิดเห็นของเจ้ายอดเยี่ยมมาก บางคนอาจจะคิดว่าไม่มีมารยาทเท่าไร แต่ข้าว่าเจ้าพูดถูก ไม่ว่าจะเป็นผู้ดีที่ไม่ห่วงยากจน หรือผู้ดีที่เฝ้ารักษาคุณงามความดี อันดับแรกต้องเป็นผู้ดีให้ได้เสียก่อน ไม่ใช่ขี้หมูราขี้แห้งแห้งทั่วไป ส่วนผู้ดีก็แบ่งออกเป็นผู้ดีที่แท้จริงกับผู้ดีจอมปลอม ไม่ใช่พูดหลักการได้ก็นับว่าเป็นผู้ดี”
เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วประสานมือคารวะไป๋จื่อครั้งหนึ่ง “ฟังเจ้าหนึ่งประโยค เหมือนได้อ่านตำราสิบเล่ม!”
ท่าทีของเขาทำให้ไป๋จื่อมึนงง นางก็แค่เขียนความเห็นของตนเองออกมาเท่านั้น ถึงกับทำให้คนซูฮกเลยหรือนี่ โชคกำลังเข้าข้างนางหรืออย่างไรกัน
อาจารย์สวี่อ่านม้วนคำตอบของทั้งสามคน ก่อนจะตกอยู่ในภสังความคิดอยู่เนิ่นนาน แต่ละคนต่างก็มีมุมมองเป็นของตนเอง แม้มุมมองของไป๋จื่อจะดูแปลกแยกไปบ้าง แต่ตามหลักการแล้วถือว่าถูกต้อง ส่วนคำตอบของเสี่ยวเฟิงงดงามมาก มีการอ้างอิงตำราอยู่หลายจุด ทำให้มองออกอย่างชัดเจนว่