ังคงผิดหวังมากอยู่ดี
เขาพับจดหมายเรียบร้อย ใส่เข้าไปในซอง แล้วนำมันใส่เข้าไปในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะช้อนสายตามองสวี่ซื่อ “ท่านแม่ ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจว่านางเป็นใคร ท่านเองก็เห็นแล้ว ว่านางไม่สนใจลูกชายคนนี้ของท่านเลยสักนิด”
สวี่ซื่อแค่นหัวเราะ “ใครจะรู้ว่านางไม่ใช่สุนัขจนตรอกยอมต่อสู้จนสุดชีวิต รู้จักถอยเพื่อบุกกันเล่า”
เมิ่งหนานสายหน้า “นางไม่ใช่คนพรรค์นั้น ท่านแม่ ในสายตาของท่าน ลูกชายของท่านเป็นคนที่แยกแยะวิธีการเขียนจดหมายเช่นนี้ไม่ออกเลยหรือไร”
ฮูหยินสกุลเมิ่งมุ่นคิ้ว พิจารณาเมิ่งหนานที่อยู่เบื้องหน้า การกลับมาในครั้งนี้ เขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ สุขุมลุ่มลึกยิ่งกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว ยิ่งนานวันเข้านางยิ่งมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“หนานเอ๋อร์ หากเจ้าชอบพอสตรีนางนี้จริงๆ ข้าส่งคงไปรับนางเข้าจวนก็ได้ ขอเพียงเจ้ารับปากเรื่องงานแต่งดองกันสกุลเจิ้ง ข้ารับปากว่าเมื่อเจ้ากับเสวี่ยเอ๋อร์แต่งกันแล้ว ข้าจะมอบฐานะที่ดีให้กับนาง มอบตำแหน่งอนุให้กับนาง เช่นนั้นเท่ากับว่าเจ้าจะสมดังใจปรารถนาด้วย”
เมิ่งหนานกลับไปนั่งที่หน้าโต๊ะหนังสือ หยิบหนังสือที่โยนทิ้งไปก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วพิรี้พิไรกล่าวว่า “อนุของสกุลเมิ่ง อย่างไรก็เป็นอนุอยู่วันยันค่ำ ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าทุกคนล้วนชอบความฟุ้งเฟ้อและความร่ำรวย อย่างน้อยนางก็ไม่ชอบ”
สวี่ซื่อทำหน้าตาคร่ำเคร่งในทันที กล่าวด้วยโทสะ “แล้วนางต้องการอะไร ต