อจากนี้พวกเรามีแต่ต้องพึ่งพาตัวเองแล้ว ไม่อาจหวังให้คนอื่นมาช่วยได้อีก หากน้องรองจะยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราด้วยความเต็มใจ นั่นย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด แต่เจ้าจะคาดหวังเพียงเท่านั้นไม่ได้ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วๆ ข้าจะจำไว้ ต่อจากนี้ไปข้าล้วนฟังเจ้าทุกอย่าง” เจ้ารองพยักหน้ารัวๆ
ทั้งสองคนไปที่บ้านของจางซานสุ่ยด้วยความเบิกบาน จางซื่อเล่าเรื่องทั้งหมดออกไป ครั้นจางซานสุ่ยได้ยินว่าพลิกหน้าดินหนึ่งหมู่แล้วจะได้เงินสองเฉียน เขาย่อมตอบรับด้วยความยินดี ในใจกล่าวว่าก่อนหน้านี้ช่วยสองสามีภรรยาคู่นี้นับว่าไม่เสียเปล่า ครั้นมีเรื่องดีก็นึกถึงตนด้วย
ขณะเดินทางกลับบ้าน จางซื่อก็พูดกับเจ้ารองว่า “ตอนนี้พวกเราไปยืมวัวกันบ้างเถอะ เริ่มงานเร็ว เสร็จงานเร็ว จะได้นำเงินไปซื้อเสบียงอาหาร เสบียงที่ยืมน้องรองมาคราวก่อนเหลือเพียงน้อยนิดแล้ว ถึงแม้จะต้มเป็นน้ำแกงข้าวมากิน ก็เกรงว่าจะกินได้ไม่กี่วันเท่านั้น”
เจ้ารองพยักหน้า “ถูกของเจ้า เช่นนั้นข้าจะไปยืมวัวเดี๋ยวนี้แหละ”
“อีกเดี๋ยวข้าจะตามเจ้าไปที่ที่ดิน ข้าจะให้ฟู่กุ้ยไปด้วย พวกเราสามคนช่วยกันทำ ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น ดีกว่าเจ้าทำคนเดียวเป็นไหนๆ ส่วนมือกลางวันข้าจะให้เจินจูนำผักป่าและโจ๊กใสมาส่งให้พวกเรา” จางซื่อกล่าว
สองสามีภรรยาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงมือทำงานทันที
…
ใกล้จะถึงเที่ยงวันแล้ว ไป๋เจินจูออกมาจากในห้อง เตรียมต้มโจ๊กใสนำไปส่งให้พ่อแม่และน้อ