ื่อวานตระเตรียมไว้แล้ว แม้เดินตามเส้นทางนี้ไปจะคดเคี้ยวอยู่บ้าง แต่ตรงตีนเขาไม่มีทหารลาดตระเวน นี่เป็นหนทางออกเดียวแล้ว
เสี่ยวเฟิงรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เขาอิดออดอยู่นาน เพราะเมื่อวานเขาเพิ่งได้พบผู้เป็นบิดาเป็นครั้งแรก แต่พบกันครั้งเดียวก็ต้องแยกจากกันแล้ว
“รีบไปเถอะ มีข้าอยู่ที่นี่ พ่อของเจ้าไม่มีทางเป็นอะไรแน่ เจ้าอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัว รอข้ากับพ่อของเจ้ากลับไป เข้าใจหรือไม่”
เด็กชายหยักหน้า ครั้นผละออกไปก็มักจะหันหน้ากลับมามองอยู่เสมอ จนในที่สุดเงาร่างผอมแห้งก็หายไปจากครรลองสายตาของหูเฟิง
…
หมู่บ้านหวงถัว
วันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ ไป๋จื่อตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ขนแตงดินที่เก็บกลับมาเมื่อวานออกมา รอคนงานจากร้านสือเค่อมารับสินค้าไป
รถม้ารับสินค้าของร้านสือเค่อมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย มีคนลงมาจากรถม้าสองคน คนหนึ่งเป็นคนงานที่มารับสินค้าเป็นประจำ ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่คุ้นตา เขาสวมเสื้อผ้าเก่าขาด เรือนร่างผมแห้ง ทั้งยังดูขี้โรคอีกต่างหาก
หลังจากเด็กหนุ่มลงจากรถม้า เขาก็รีบหยิบเงินย่อยจากในย่ามให้คนงาน ฝ่ายคนงานปฏิเสธว่า “ไม่ต้องๆ เจ้าแค่ติดรถมาเท่านั้น ไม่ต้องให้เงินหรอก เจ้าน่าสงสารนัก รีบไปหาญาติของเจ้าเถอะ”
เสี่ยวเฟิงรีบกล่าวขอบคุณ ขณะกำลังจะหมุนกายจากไป เขาก็เห็นสตรีนางหนึ่งออกมาจากในลานบ้าน จึงรวบรวมความกล้าเข้าไปถามว่า “แม่นางผู้นี้ ข้าอยากจะสอบถามอะไรหน่อย”
ไป๋จื่อพยักห