์นี้เท่านั้นเอง”
จูซื่อตะลึง “อะไรนะ ออกไปร้อยคน กลับมาเพียงสามสิบ? แล้วอีกเจ็ดสิบคนไปที่ใดล่ะ”
หูเฟิงสับมีดหั่นผักบนเขียง พลางหันไปมองจูซื่อที่มีสีหน้างงงวย “ย่อมตายระหว่างรบ ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าคิดว่าพวกเขาจะไปที่ใดกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น จูซื่อก็พลันเข้าใจกระจ่างแจ้ง จริงด้วย ย่อมตายระหว่างรบ ไม่เช่นนั้นแล้วจะไปที่ใดได้
บริเวณหน้าอกของเขาเกิดความรู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาโดยพลัน เพราะระหว่างทางคิดเพียงจะเป็นวีรบุรุษกลางสมรภูมิ กลับคิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากมาถึงสมรภูมิแล้ว จะยังมีชีวิตรอดกลับไปได้หรือไม่
เขาชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จู่ๆ จะยิ้มขึ้นมา “ถ้าข้าไปถึงสมรภูมิ ข้าจะต้องเป็นหนึ่งในสามสิบคนที่กลับมาได้แน่นอน”
หูเฟิงหั่นผักกาดขาวต่อไป เขาพูดโดยไม่หันไปมองว่า “จะอย่างไรที่นั่นก็เป็นสนามรบ รูปแบบบนสนามรบเปลี่ยนแปลงได้นับพันนับหมื่น ถึงแม้แม่ทัพจะร่วมรบด้วย ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าตนเองจะรอดชีวิตกลับมาเช่นกัน ไม่มีเรื่องใดในโลกที่แน่นอน ในเมื่อคิดจะมาร่วมรบแล้ว ก็ต้องเตรียมพร้อมตายในสนามรบทุกเมื่อ ไม่ใช่หวังว่าตนเองจะโชคดี รอดชีวิตกลับมาได้อย่างแน่นอน”
จูซื่อไม่ใช่คนขี้ขลาดกลัวตาย ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่มาร่วมกองทัพเช่นนี้
เขาเข้าร่วมกองทัพเพราะมีสองเป้าหมาย หนึ่งคือเงิน เพื่อให้บุตรชายที่เพิ่งอายุครบปีเต็มและภรรยาไม่ต้องหนาวหรืออดตายในฤดูหนาวปีนี้
สองก็คือต้องการเห็นท่วงท่าอันสง่างามของว