นี้ แม้นางจะน้อยใจเพียงใดก็ไม่กล้าพูดออกมา ทำได้เพียงอดกลั้นไว้เท่านั้น
ทั้งสองคนยืนอยู่นอกรั้วบ้านสกุลหู พวกนางยืนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเกิดเสียงฟ้าร้องดังสนั่นอีกครั้ง ฝนใกล้จะเทลงมาห่าใหญ่ พวกนางถึงจากไปด้วยความจนใจ มุ่งหน้ากลับไปยังสกุลไป๋
เจ้าใหญ่เห็นพวกนางกลับมามือเปล่า สีหน้าท่าทางจนตรอกยิ่ง จึงโมโหตะคอกขึ้นมาเสียงดัง “ข้าว่าพวกท่านตั้งใจให้ข้าเจ็บจนตายอยู่ที่นี่ อยากให้ข้ากลายเป็นคนเป็นพิการกระมัง”
หญิงชราขมวดคิ้วมุ่น ทว่าไม่ได้พูดอะไร ฝ่ายหลิวซื่อเห็นสีหน้าของแม่สามีแล้ว นางพูดเสียงเบา “นางเด็กชั่วไป๋จื่อไม่ยอมให้เงิน บอกแต่ว่าเจ้าทำตัวเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกนาง พวกข้าไม่อาจบีบบังคับพวกนางได้ จึงหมดหนทางกับพวกนาง ท่านหัวหน้าหมู่บ้านก็ไม่ยอมช่วยพวกข้า พวกข้าก็เลย…”
“พวกเจ้าก็เลยกลับมามือเปล่า? นางไม่ให้เงิน ก็เท่ากับว่าพวกเจ้าจะไม่รักษาแขนให้ข้าแล้วรึ” เจ้าใหญ่ตะคอกเสียงดัง
หลิวซื่อรีบโบกมือ “ไม่ใช่ว่าไม่รักษา ข้าก็กำลังคิดหาวิธีอยู่ไม่ใช่หรือไร” นางลอบมองแม่สามีครั้งหนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงอ่อน “ใช่ว่าเจ้าไม่รู้สถานการณ์บ้านของพวกเรา เดิมทีพวกเราก็ไม่ได้มีฐานะเท่าไรอยู่แล้ว ครั้งก่อนเจ้าแขนหักทั้งสองข้าง ต่อมาก็ขาหักอีก บวกกับเงินที่ใช้ซื้อเสบียงอาหารและซื้อหมึก พู่กันให้เสี่ยวเฟิงในช่วงนี้แล้ว ก็ใช้จ่ายไปเจ็ดแปดส่วนตั้งนานแล้วนะ”
ตอนนี้เจ้าใหญ่ไม่มีกะใจจะฟังนางคิดบัญชี “พูดจา