ื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “เอาอย่างนี้เจ้าค่ะ ทุกเจ็ดวันข้าจะมาที่ร้านสือเค่อหนึ่งครั้ง หากมีคนต้องการเช่นนั้น ก็ให้เขามารอข้าที่ร้านสือเค่อ หลังจากข้าตรวจดูเขาแล้ว ก็จะจัดอาหารเป็นยาที่เหมาะกับเขาให้ แน่นอนว่าข้าไม่ตรวจให้เปล่าๆ หวังว่าท่านจะเข้าใจนะเจ้าคะ!”
เฉินไท่เหรินยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาปรบมือร้องว่า “ดีๆๆ ตกลงตามนี้ดีที่สุด ข้าไม่ให้เจ้าตรวจดูเปล่าๆ อยู่แล้ว”
ทั้งสองคนสนทนากันอีกพักหนึ่ง ไป๋จื่อก็รู้สึกหิวแล้วเช่นกัน จึงขอตัวลาจากเฉินไท่เหริน
ฝ่ายเถ้าแก่เฉินลุกขึ้นส่งนาง ทว่ารีบร้อนจนเกินไป ร่างกายอวบอ้วนของเขาจึงชนเข้ากับมุมโต๊ะ ทำเอาเขาเจ็บจนต้องร้องโอดโอย
ไป๋จื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางถอนใจว่า “พี่ใหญ่เฉิน อย่าหาว่าข้าพูดตรงประเด็นเกินไปเลยนะเจ้าคะ แต่ควรจะลดน้ำหนักจริงๆ แล้ว ดูเนื้อตัวของท่านสิ ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายของท่านต้องรับไม่ไหวแน่ มีหลายโรคที่เกิดจากความอ้วน ถือโอกาสลดน้ำหนักเสียตั้งแต่ตอนนี้ ตอนที่ยังไม่ถึงจุดที่ย่ำแย่ ยังไม่สายเกินไปนะเจ้าคะ”
เฉินไท่เหรินฉีกยิ้ม “ข้าก็เพิ่งมาอ้วนตอนมาอยู่ที่เมืองชิงหยวนนี่แหละ ตอนที่เพิ่งมาถึงข้ากลุ้มใจมาก ไม่อยากแม้จะบริหารร้าน เอาแต่กินกับนอนทั้งวัน หลังจากนั้นถึงค่อยตั้งสติได้ ทว่าก็แก้นิสัยรักการกินไม่หายเสียที”
เด็กสาวเห็นเขามีสีหน้าไม่ยี่หระ จึงถอนหายใจอีกเสียงว่า “ท่านอย่าเห็นว่าไม่ใช่