มีวิชามารอะไรทำร้ายเจ้าใหญ่ของข้าแน่ๆ”
“หลิวกว้าหัว จะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่ว่าจะพูดอะไรๆ ตามใจชอบได้ ข้าได้ยินมาว่าแคว้นฉู่มีข้อห้ามไม่ให้ฝึกวิชามารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หากพบว่ามีใครฝึกวิชามารจะสั่งประหารอย่างไม่มีข้อยกเว้น ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านบอกทีว่ามีข้อห้ามเช่นนี้ใช่หรือไม่” ไป๋จื่อกล่าวเสียงเย็น
หัวหน้าหมู่บ้านรีบกล่าว “มีๆๆ มีเรื่องนี้อย่างแน่นอน”
ไป๋จื่อกล่าวอีกว่า “ข้ายังได้ยินมาอีกว่าผู้ที่รายงานต่อทางการจะได้รับพิจารณารางวัล เงินรางวันนั้นสูงถึงพันตำลึง แต่หากเป็นการใส่ร้ายป้ายสี จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ถูกใส่ร้ายพันตำลึง เพราะถือเป็นการทำลายชื่อเสียง ทว่าหากจ่ายเงินชดเชยไม่ได้ ก็จะต้องเข้าคุกสิบปีเป็นอย่างต่ำ ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าพูดถูกต้องหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าพูดถูกต้อง!” หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้า
ก่อนหน้านี้ไป๋จื่อเองก็ไม่รู้ว่ามีเรื่องพรรค์นี้ด้วย แต่วันนี้นางได้ยินคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ พูดถึงเรื่องนี้ขณะดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชา นางถือโอกาสฟังไปด้วย คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ใช้ความรู้ในตอนนี้พอดี
ไป๋จื่อกวาดสายตาเย็นชามองไปทางหลิวซื่อ “ไม่รู้ว่าพวกเจ้าหาเงินชดเชยพันตำลึงเงินมาได้หรือไม่ หากหามาไม่ได้ ก็อย่าได้กล่าววาจาที่ไม่มีหลักฐานเช่นนี้มั่วซั่วเลยจะดีกว่า”