ะสาทของทุกคนอย่างชัดเจน
หญิงชราใจเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เดี๋ยวนี้เวลานางเห็นไป๋จื่อ นางมักจะรู้สึกว้าวุ่นใจอยู่เสมอ แม้กระทั่งไม่กล้าสบตากับเด็กสาว แววตาของเด็กสาวนางนี้แหลมคมราวกับทิ่มแทงไปถึงหัวใจของนางได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเช่นนี้จึงรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
หลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ กลับไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น นางเห็นหญิงชราไม่รับคำในทันที จึงนึกโมโหขึ้นมา คิดว่าตนเองตกเป็นเบี้ยล่าง รีบร้องตะโกนว่า “ว่าใคร? พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าข้ากำลังว่าใคร ตอนที่สุนัขรับใช้ของเจ้าทำร้ายเจ้าใหญ่ เจ้ากล้าพูดหรือไม่ว่าตนเองไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ”
ไป๋จื่อหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน กล่าวด้วยโทสะว่า “หลิวกว้าหัว พูดจาให้ดีๆ หน่อยเถอะ ถึงแม้พวกเจ้าทั้งครอบครัวจะเป็นสุนัขรับใช้ แต่พี่ใหญ่โจวไม่มีทางเป็นสุนัขรับใช้ให้ใคร อีกอย่าง เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็มีคนในหมู่บ้านเห็นอยู่ไม่น้อย สามีของเจ้าไร้ประโยชน์เอง วางท่าอยากทำร้ายคนอื่น แต่กลับทำร้ายตนเองเข้าเพราะไม่ระวังตัว เช่นนั้นเขาก็สมควรโดนแล้วล่ะ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพี่อู่ทั้งนั้น”
หลิวกว้าหัวโมโหจนแทบจะกระอักเลือด จึงเท้าเอวต่อว่าด้วยความโกรธขึ้งในทันที “เจ้าพูดมั่วแล้ว พูดโกหกกลางวันแสกๆ แขนสองข้างของเจ้าใหญ่หักทั้งหมด เขาจะล้มจนมีสภาพเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าโจวอาอู่ผู้นั้นเป็นวรยุทธ์ เขาจะต้อง