ตลอดทาง
ครั้นพวกนางเจอรถเทียมวัวแล้ว ข้าวสาลีกลับเปียกโชก ทำเอาหญิงชราโมโหจนเกือบเป็นลมไปเลยทีเดียว
ทั้งสองคนร่วมแรงกันลากรถเทียมวัวกลับบ้าน ต้าเป่ากำลังนั่งเหม่ออยู่ในโถง ส่วนเจ้าใหญ่พิงหน้าอยู่กับเก้าอี้ ไม่เห็นเงาเจ้ารองกับฟู่กุ้ย หญิงชราพลันเกิดโทสะจนต้องยืนต่อว่าเสียงดังอยู่ในโถง “ทุกออกมาให้หมด พวกไม่มีประโยชน์ วันๆ รู้จักแต่กินกับนอน นอนกับกิน ข้าวสาลีตากฝนอยู่ข้างนอกไม่มีใครสนใจ ดีนัก ดีเสียจริง!”
ต้าเป่ามองหญิงชราด้วยความงุนงง “ท่านย่า พวกท่านก็นำข้าวสาลีกลับมาแล้วไม่ใช่หรือ ยังจะเอะอะอะไรอีก”
หลิวซื่อส่งสายตาให้บุตรชาย เป็นการบ่งบอกให้เขาเงียบ ทว่าไป๋ต้าเป่ากลับไม่เห็นสายตาของนาง ทั้งยังเดินไปที่หน้าประตูเพื่อดูสักครั้ง พลางชี้ไปยังข้าวสาลีที่เปียกชุ่ม “ข้านับดูแล้วไม่ขาด ไม่ขาดไปแม้สักถุงเดียว”
หญิงชราอยากจะตีเขาเสียจริงๆ ร่างของนางสั่นเทาไม่หยุด ไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าหนาว
นางชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ข้าวสาลีเปียกๆ ตรงนั้น ร้องว่า “ข้าวสาลีเปียกไปหมดแล้ว ยังจะขายได้เงินอีกหรือไร ผ่านไปไม่ถึงสองวันมันก็จะขึ้นราทั้งหมด เจ้ารู้หรือไม่ว่าหมายความว่าอะไร บ้านของพวกเราจบเห่แล้วอย่างไรล่ะ!”
เจ้าใหญ่แขนหัก ไม่มีเงินรักษา เสบียงอาหารที่จะใช้ในฤดูหนาวก็เสียหายเช่นนี้ หลังจากนี้พวกเขาต้องใช้ชีวิตกันอย่างไร จะผ่านฤดูหนาวไปได้อย่างไร จะอดทนไปถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าได้หรือไม่
เวลานี้เจ้ารองและ