วกเขาต้องจงใจแน่ๆ รู้ว่าพวกเราจะมาหาพวกเขาที่นี่ จึงจงใจหนีไปเช่นนี้”
สะใภ้ใหญ่กล่าวบ้าง “ต้องจงใจแน่เจ้าค่ะ จะโทษก็ต้องโทษที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านไม่อยู่ พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเมื่อไร จะปล่อยให้เจ้าใหญ่รออยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้กระมัง ไม่สู้…”
นางยังไม่ทันได้ประโยคหลังออกมา หญิงชราก็ถลึงตามองมาแล้ว “ไม่สู้อะไร”
เดิมทีหลิวซื่อคิดจะโน้มน้าวให้นางนำเงินออกมาเชิญหมอก่อน รักษาเจ้าใหญ่ให้เรียบร้อย เพราะไม่ช้าก็เร็วหูจ่างหลินและไป๋จื่อย่อมต้องกลับมา ถึงตอนนั้นค่อยไปนำเงินจากพวกเขาก็ย่อมได้ ทว่าแต่ไหนแต่ไนหญิงชรามีแต่เก็บเงิน ไม่คิดจะนำเงินออกมาใช้ คิดจะขอเงินจากในมือนาง นั่นเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก
ครั้งก่อนเจ้าใหญ่ขาหักก็ต้องอดทนอยู่นาง จนหมดหนทางแล้วจริงๆ นางถึงจะยอมเชิญหมอ วันนี้แขนหักอีกครั้ง อยากจะขอเงินจากนางเกรงว่าจะยากน่าดู
เวลานี้ท้องฟ้ามืดลงแล้ว ลมคลั่งกรรโชก เศษดินทรายในสายลมพัดเข้าตาพวกนาง ทำให้ต้องหรี่ตาลงในทันที
หญิงชรานึกได้ว่าข้าวสาลีที่เจ้าใหญ่และต้าเป่าขนไปก่อนหน้านี้ยังอยู่บนถนน “แย่แล้วๆ รีบกลับไปเก็บข้าวสาลีเร็ว รีบไป หากข้าวสาลีเปียกชื้นขึ้นมาต้องจบเห่แน่”
พวกนางสองคนวิ่งออกไปได้ไม่กี่ก้าว หยาดฝนเม็ดเป้งก็กระทบศีรษะและใบหน้าของพวกนาง หญิงชราร้อนใจจนล้มลุกคลุกคลาน โชคที่ยังไม่ถึงขั้นกระดูกหัก ถลันไปหารถเทียมวัวที่บรรทุกข้าวสาลีของพวกตน